ในช่วงแรกเกิด ไม่ว่าสัตว์ชนิดไหนต่างก็ต้องการความรัก ความอบอุ่น และการดูแลจากแม่ทั้งนั้น แต่น่าเศร้า สัตว์บางตัวต้องกำพร้าตั้งแต่ยังจำความไม่ได้

วันจุกเป็นหนึ่งในแมวน้อยที่กำพร้าแม่ตั้งแต่เกิด มันถูกพบเพียงลำพังที่ข้างร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ซึ่งคาดว่าน่าจะมีใครเอามันมาทิ้งที่นั่น

 

 

วันที่ถูกพบนั้น วันจุกเดินไปติดกาวดักหนูเข้า ทางเจ้าของร้านไม่รู้จะทำยังไง เลยใช้ไม้เขี่ยๆ ให้มันหลุด ขณะเดียวกันนั้น เมื่อเจ้าของร้านเสื้อผ้าที่อยู่ข้างกันรู้เข้า จึงอาสาช่วยแมวน้อยไว้เอง

 

 

บังเอิญคุณแพร ลูกสาวเจ้าของร้านที่อาสาช่วยแมวน้อย ทำงานอยู่ในบริษัทที่มีบอสเป็นคนรักแมว และหนึ่่งในแมวที่บอสเลี้ยงไว้ก็เพิ่งเสียไป

เมื่อบอสเห็นรูปวันจุก ก็เกิดอาการตกหลุมรักทันที เขาจึงเสนอขอรับเลี้ยง จากนั้นจึงขับรถไปกลับเชียงใหม่ จนถึงอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เพื่อนำตัวมันมาที่ออฟฟิศ

วันจุกจึงได้เข้ามาอยู่ในออฟฟิศแมวเหมียวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

ในช่วงที่วันจุกเข้ามาอยู่ในออฟฟิศนั้น บอสได้รับเลี้ยงแมวน้อยอีกตัว ซึ่งมีลายขาวดำเหมือนกัน มันชื่อ วิ้งแจ้บ ซึ่งทั้งคู่อายุประมาณ 1 เดือนเหมือนกัน แต่พวกมันมีนิสัยที่ต่างกัน

วิ้งแจ้บเหมือนแมวทั่วไปที่ขี้เล่นและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเร็ว แต่วันจุกนั้น ค่อนข้างขี้อาย และไม่ค่อยอยากให้ใครเข้าใกล้

 

 

หน้าตาน้องวันจุกตัวน้อย

 

และนี่คือวิ้งแจ้บ

 

นอกจากวันจุกและวิ้งแจ้บแล้ว ในออฟฟิศแห่งนี้ยังมีแมวของบอส 2 ตัว คือ หวานแจ๋ว และเวนเจอร์… ในช่วงแรกๆ นั้น บอสต้องแยกรุ่นพี่กับรุ่นน้องอยู่คนละห้อง เพราะกลัวพี่ๆ จะรังแกน้อง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป..

2 แมวน้อยเริ่มเติบโตขึ้น บอสก็ปล่อยให้พวกมันออกมาทำความรู้จักกับพี่ๆ เพราะยังไงซะ พวกมันก็ต้องอยู่ร่วมบ้านกันอยู่ดี

 

 

แม้วันจุกจะเป็นตัวเมียเหมือนหวานแจ๋ว แต่มันกลับสนิทกับเวนเจอร์ซึ่งเป็นตัวผู้มากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเวนเจอร์มีขนหนานุ่ม เลยทำให้แมวน้อยรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ด้วย

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป พนักงานในออฟฟิศเริ่มสังเกตเห็นว่าวันจุกไม่ได้อยากอยู่กับเวนเจอร์เพียงเพราะมันขนหนานุ่มเท่านั้น... แต่น้องเข้าใจว่าเวนเจอร์เป็นแม่!!

ด้วยความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ วันจุกคงแยกไม่ออกว่าระหว่างตัวเมียกับตัวผู้ มันชอบเข้าไปหาเวนเจอร์ แล้วหน้าไปถูไถที่บริเวณท้องของพี่เพื่อหานม จากนั้นก็ทำท่าเหมือนดูดนมแม่

 

 

แรกๆ เวนเจอร์เองก็ไม่ได้ชอบให้น้องแมวมาทำแบบนั้นกับมัน เพราะปกติแล้ว มันชอบอยู่นิ่งๆ และไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งด้วย โดยเฉพาะเวลานอน

 

.

 

แต่ไม่นานหลังจากนั้น เวนเจอร์คงเกิดความรู้สึกเอ็นดูวันจุก มันจึงยอมให้น้องเข้าใกล้ และปล่อยให้มันเข้ามายุ่มย่ามกับท้องของมันอย่างสบายใจ

 

 

เพราะแบบนั้น ทุกคนจึงเห็นวันจุกกับเวนเจอร์อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น ไม่ว่าเวนเจอร์จะไปที่ไหน วันจุกจะคอยตามไปอยู่ด้วยทุกที่ มันเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

 

 

เกาะติดพี่เหมียวเหมือนปลิงเลยนะ

 

เลียนแบบพี่ทุกอย่าง

 

ไม่ใช่แค่ให้น้องอยู่ใกล้เท่านั้น แต่เวนเจอร์ยังเลียทำความสะอาดให้น้องด้วยความรัก ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมามันไม่เคยทำให้แมวไหนมาก่อน

 

 

มองไร ตูเป็นพี่ ไม่ใช่แม่

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น คือสิ่งที่ทุกคนเห็นและเข้าใจ แต่… ในความเป็นจริงแล้ว การที่เวนเจอร์ให้น้องเข้าใกล้ เพราะมันมีเจตนาแอบแฝง

 

 

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เวนเจอร์เป็นแมวตัวผู้ แต่ที่ผ่านมามันไม่เคยมีสัมพันธุ์ลึกซึ้งกับใครมาก่อน แม้ในออฟฟิศจะมีหวานเป็นตัวเมีย แต่มันก็ไม่เคยยอมให้เวนเจอร์มาทำอะไรมันเลย

 

 

ส่วนเหตุผลที่บอสไม่ได้ทำหมันให้เวนเจอร์นั้น เพราะมันเป็นออทิสติกตั้งแต่เกิด และที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่ามันจะทำเรื่องอย่างว่าไม่เป็นด้วย บอสเลยปล่อยมันไว้อย่างนั้น

แต่วันนี้ ทุกคนได้รู้ความจริงแล้วว่า แม้เวนเจอร์จะเป็นออทิสติก แต่มันก็มีอารมณ์อย่างว่าเหมือนกัน เพียงแต่ที่ผ่านมา หวานไม่ยอมให้มันทำเท่านั้น

 

 

แล้วก็นั่นแหละ พอได้โอกาส เจ้าเวนเจอร์ก็ทำอย่างว่ากับวันจุก โดยที่วันจุกยังคงเป็นเด็กไร้เดียงสาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย อย่างไรก็ตาม หากพนักงานในออฟฟิศเห็น ก็จะช่วยกันห้ามเสมอ เพราะวันจุกยังเด็กเกินไป

และล่าสุด… บอสเลยจับเจ้าเวนเจอร์ไปตัดไข่เป็นที่เรียบร้อย!!

 

 

น้องเห็นเวนเจอร์เป็นแม่ เวนเจอร์จะจับน้องทำเมียไม่ได้

 

ตอนนี้ ทั้งเวนเจอร์และวันจุกยังคงตัวติดกันเหมือนเดิม วันจุกยังชอบดูดนมเวนเจอร์เหมือนเช่นเคย และเวนเจอร์เองก็มักจะโอกาสทำอย่างว่ากับน้องอยู่เสมอ แต่โชคดีที่วันจุกโตพอที่จะรู้จักป้องกันตัวแล้ว

 

 

ตัวหนึ่งคิดว่าได้อยู่กับแม่ อีกตัวคิดว่าจะได้เมีย เห้อออ

.

.

 

เรียบเรียงโดย เหมียวขี้ส่อง

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...