วณัฐพงศ์ นาคสัมฤทธิ์ หรือที่หลายๆ คนอาจจดจำกันในชื่อ ยิมนาสติก เดอะสตาร์ 7 นั่นคือชื่อที่ถูกแชร์ต่อๆ กันไปเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ หลังจากที่หลายๆ คนพบว่าเขาแตกต่างไปจากเดิม

 

 

นั่นเป็นเพียงภาพอดีตสมัยที่เขายังเป็น “ยิมนาสติก” อยู่ จนกระทั่งต่อมามีคนพบว่าเขาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Vickyวิโรณิกาศ์ นาคสัมฤทธิ์ นอยมันน์

 

และนี่คือภาพล่าสุดของเธอ

 

อย่างที่เราเห็นว่าเธอนั้นดูแตกต่างไปจากเดิมเป็นอย่างมาก และนั่นก็ทำให้หลายๆ คนได้แชร์เรื่องราวของเธอต่อๆ กันไป

แต่ด้วยเหตุนั้นเอง ที่ทำให้ Vicky ต้องออกมาเปิดใจพูดกับทุกคนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากที่ตนเองได้กลายเป็นกระแสขึ้นมา และเริ่มรู้สึกว่าตนเอง “ถูกกลั่นแกล้ง” จากคนในโลกโซเชียล

 

.

.

.

.

.

 

Vicky ได้อธิบายชัดเจนเลยว่า “อย่าคาดหวังว่าเราจะเป็นอย่างยิมนาสติกเลยค่ะ” เพราะตอนนี้เธอได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้วจริงๆ

การเปลี่ยนแปลงของเธอนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังรวมถึงเรื่องของ “จิตใจ” หลังจากที่เธอต้องเข้าพบจิตแพทย์ในประเทศเยอรมนี มานานหลายปี

 

.

 

เธออธิบายถึงเหตุผลที่ต้องเข้าพบจิตแพทย์ว่า ในตอนแรกนั้นเธอเกิดความสับสนและพยายามค้นหาตัวเอง โดยที่ตอนนั้นเธอมองว่าตนเองไม่ใช่ “ชายรักชาย”

แล้วเธอก็พบว่าแท้จริงแล้วลึกๆ เธอคือ “ผู้หญิง” โดยที่ความสับสนในช่วงนั้นก็เคยทำให้เธอเกิดความคิดอยากที่จะฆ่าตัวตาย จนผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เธอ “ปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงออกมา”

ทำให้เธอตัดสินใจที่จะ “รับฮอร์โมน” ในประเทศเยอรมนี ตามกฎแล้วเธอจำเป็นจะต้องเข้ารับการประเมินจากจิตแพทย์ ซึ่งใช้เวลาติดต่อกันนานหลายปี

 

.

.

.

.

.

.

.

 

วันเวลาผ่านไป เธอก็สามารถกลับมายิ้มได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง หลังจากเข้ารับการ “ผ่าตัดทำหน้าอก” และ “ผ่าตัดแปลงเพศ”

 

.

.

.

 

เธอได้พบกับคู่ชีวิตที่ดี มีความสุขกับการใช้ชีวิต แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องออกมาพูดถึงเรื่องราวนี้ก็เพราะ “ผู้คนในโลกโซเชียล” ที่เริ่มแชร์ภาพอดีตเปรียบเทียบกับปัจจุบันของเธอ

 

.

.

.

.

.

.

 

ตอนนี้เธอถึงขั้นต้องกลับมาใช้ “ยาต้านโรคซึมเศร้าและไบโพลาร์” เพราะว่าเครียดกับการที่ต้องถูกคนแปลกหน้าในอินเตอร์เน็ต “วิพากษ์วิจารณ์” จนเหมือนเป็น “การกลั่นแกล้ง”

 

.

.

.

 

ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็หวังว่าโพสต์ที่ตนเองได้ออกมาอธิบายนี้จะทำให้หลายๆ คนเข้าใจเธอมากขึ้น และอยากขอให้ทุกคน “หยุดโจมตีผู้อื่น” ในโลกโซเชียล เพียงเพราะสิ่งที่เขาเป็น เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีทางเดินเป็นของตัวเอง

 

 

โพสต์ต้นฉบับ (29 พ.ค. 2019)

 

ที่มา: Vanutpong Naksamrit Neumann

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...