เรื่องราวของคุณลุงและหลานชาย ที่ต้องกลายเป็น ‘แพะ’ ในคดีฆาตกรรม ถูกตัดสินจำคุกนานกว่า 42 ปี ในที่สุดก็ได้รับความยุติธรรม ถูกลบล้างความผิดและได้สัมผัสกับ ‘อิสรภาพ’ อีกครั้ง!!

Clifford Williams วัย 76 ปี และหลานชาย Hubert ‘Nathan’ Myers วัย 61 ปี ถึงกับต้องหลั่งน้ำตา เมื่อผู้พิพากษาได้อ่านคำตัดสินล้างมลทินให้กับพวกเขา หลังจากที่ต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ในเรือนจำมานานกว่า 42 ปี

 

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าหลังจากที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ ทั้งสองคนก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้อง และพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าที่เขาต้องรับการจองจำนั้นมันเป็นเรื่องที่ผิด

วันเวลาผ่านกว่า 1 ปี ด้วยความช่วยเหลือจากทนายในเมืองแจ็กวิลล์ ในที่สุดก็เป็นผลสำเร็จ

 

 

นาย Myers ถึงกับก้มลงและจูบพื้นหลังจากที่ได้รับคำตัดสินจากศาล เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าในที่สุดเขาก็ได้รับอิสรภาพแล้ว!!

 

จากนั้นก็ยืนขึ้นและชี้มือขึ้นไปบนฟ้า พร้อมกับลั่นวาจาออกมาว่า “ขอบพระคุณ พระเยซูเจ้า”

“ผมรู้สึกกังวล เพราะผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองยังคงถูกคุมขังอยู่ ไม่มีใครที่ต้องคอยบอกว่าให้ผมทำโน่นทำนี่อีกแล้ว”

“ผมมีครอบครัวที่เหลืออยู่ไม่กี่คน แต่เขาก็ยังอยู่กับผม ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดเลย แต่ผมคิดว่าอีกไม่นานผมก็คงชิน”

“แม่ของผมเสียชีวิตไปแล้ว ผมไม่ได้ออกมาดูใจท่านเลยแม้แต่น้อย แต่อย่างน้อยก็ยังเหลือลูกๆ และผมไม่เหลือใครแล้ว” Myers ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังออกมาใช้ชีวิตนอกเรือนจำ

 

 

นาย Myers และ คุณลุง Clifford ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมนาย Jeanette Williams และพยายามฆ่า Nina Marshall เมื่อปี 1976 ซึ่งตอนนั้นนาย Myers อายุได้ 18 ปี

นาย Jeanette เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วน Nina รอดชีวิตและถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาล ก่อนจะหายดีและกลับมาชี้ตัวคนร้ายว่าเป็นนาย Clifford กับ Myers จนทำให้ถูกจับกุมตัวไปในที่สุด

ซึ่งทั้งสองคนอ้างว่าตัวเองกำลังจัดงานปาร์ตี้วันเกิด ที่อยู่ห่างออกไปจากสถานที่เกิดเหตุราวๆ 1 บล็อก ตอนที่เกิดเหตุ และมีพยานยืนยัน

 

 

แต่อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนในครั้งแรกจบลงโดยที่หาข้อยุติไม่ได้ จนมาถึงการสอบสวนในครั้งที่สอง แม้จะไม่มีหลักฐานทางกายภาพใดๆ กับการก่ออาชญากรรม แต่พวกเขาก็ถูกตัดสินใจคุกไปซะอย่างนั้น

ทั้งสองคนต้องอยู่ในเรือนจำมาตลอด 42 ปี จนกระทั่ง Melissa Nelson ทนายความที่รื้อคดีกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

ที่มา : ladbible, readingeagle, dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...