กำลังกลายเป็นข่าวที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลก หลังจากที่ล่าสุดรัฐบาลอังกฤษได้ออกมาประกาศนโยบายที่จะยกเลิกรถใช้น้ำมันเพื่อลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อย่างจริงจัง

โดยเมื่อเช้าวันพุธ ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ Independent ได้รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษมีนโยบายที่จะจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศที่สั่งสมมานาน และหนึ่งในวิธีการนั้นก็คือ การยกเลิกเชื้อเพลิงน้ำมันให้หมดไปจากท้องถนนของประเทศ

 

 

ทางรัฐบาลได้วางแผนออกมาตรการให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เริ่มนำรถพลังงานไฟฟ้ามาตีตลาดในประเทศอังกฤษ และได้รับความนิยม

ซึ่งเป้าหมายแรกนั้น ภายในปี 2020 รัฐบาลจะเริ่มให้สภาท้องถิ่นจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับผู้ที่ยังใช้รถพลังงานน้ำมันและดีเซล และเพิ่มส่วนลดให้กับผู้ที่หันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน เป็นการทำให้คนใช้รถน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยลง

รัฐบาลอังกฤษคาดหวังว่าการเริ่มต้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จะทำให้ภายในปี 2040 ประเทศอังกฤษจะไม่มีรถยนต์พลังงานน้ำมัน และหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ (รวมถึงมีการออกกฎหมายควบคุมการใช้พลังงานน้ำมันอย่างจริงจัง)

 

 

“หนึ่งในแผนการณ์ลดการปล่อยก๊าซพิษ และลดการใช้พลังงานดีเซล ก็คือการเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่สะอาดกว่า และนอกเหนือไปจากนั้นรัฐบาลมีแผนที่จะทุ่มงบกว่า 3,000 ล้านปอนด์ ในการสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม” โฆษกรัฐบาลให้สัมภาษณ์

 

 

ในขณะที่ราคาน้ำมันค่อยๆ ถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเข้ามาเป็นความหวังใหม่ของอนาคตชาวโลกที่เกิดขึ้นได้จริง

เพราะก่อนหน้านี้หลายๆ บริษัทอุตสาหกรรมรถยนต์ ก็ได้เริ่มหันมาวิจัยและพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับบริษัทด้านพลังงานไฟฟ้าของ Elon Musk ที่พึ่งได้สัมปทานให้เข้ามาลงทุนบนเกาะอังกฤษเมื่อไม่นานมานี้

 

 

อีกหน่อยก็คงหันมาใช้พลังงานไฟฟ้ากันหมดแล้ว ถึงตอนนั้นเราจะมีโอกาสได้ใช้กับเค้าบ้างมั้ยน้อ…

ที่มา: independent, express

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์