ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีข่าวระดับโลกไหนที่สร้างเสียงฮือฮาได้มากเท่ากับการพบกันของสองผู้นำอย่าง Donald Trump และ Kim Jong-un อีกแล้ว เพราะนี่คือเป็นการผลิกโฉมทางการเมืองระดับโลกนั่นเอง

อย่างที่หลายคนได้ทราบข่าวกันดีว่า ทางประเทศเกาหลีเหนือได้ส่งเทียบเชิญผ่านเกาหลีใต้ ไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสาสน์เชิญให้สองผู้นำประเทศมหาอำนาจทางการทหารได้มาเจอกัน

แน่นอนว่าทางผู้นำระดับสูงของอเมริกาหลากหลายสาขา ต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ว่าเป็นกระทำที่สุ่มเสี่ยง หรืออาจจะเป็นการฆ่าตัวตายได้!!

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม ด้าน Mike Pompeo ผู้บริหารหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ กล่าวว่า Donald Trump ทราบถึงความเสี่ยงของการประชุมครั้งนี้ แต่เขาก็บอกว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง

เช่นเดียวกับผู้บริหารและวุฒิสภาอีกมากมายที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การที่ทางเกาหลีเหนือยอมตกลงพูดคุยนั้นถือเป็นก้าวที่สำคัญมากๆ

เพราะถ้าย้อนกลับไปในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา Donald Trump และ Kim Jong-un มักจะมีปากเสียงกันไปมาตลอดเวลาจนทำให้หลายคนคาดว่า ความสัมพันธ์แบบมิตรของสองประเทศคงไม่เกิดแน่ๆ

 

 

Steve Mnuchin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็ได้ออกมาเสริมว่า ทางการสหรัฐฯ จะต้องทำให้มั่นใจว่าการไปพบปะกันในครั้งนี้ จะเป็นการประชุมที่พูดถึงนโยบายการยุติทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

 

 

ด้าน Elizabeth Warren วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาก็ออกมาพูดปิดท้ายว่า เธอนั้นอยากจะเห็นการประชุมนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี เพราะถ้ามันสำเร็จก็เท่ากับว่าความสงบสุขของโลกก็จะเกิดขึ้นอีกขั้นหนึ่ง แต่เธอก็เกรงว่านี่อาจจะเป็นการสร้างความได้เปรียบบางอย่างให้เกาหลีเหนือก็เป็นได้

 

 

ท้ายที่สุดแล้ว Donald Trump ก็ได้บอกว่า ถ้าเกิดการเดินทางไปนี้มันเป็นการพูดคุยที่ไม่ได้อะไรเลย หรือไม่เกี่ยวกับการยุติโครงการนิวเคลียร์ ทุกอย่างก็จบลงทันที

และแม้เขาจะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็ยังบอกปิดท้ายเล่นๆ ว่า “ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น บางทีการไปเจอกันครั้งนี้พบอาจจะนั่งลงแล้วก็สร้างข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้แก่โลกก็ได้นะ”

 

 

การประชุมของสองมหาอำนาจนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงท้ายเดือนพฤษภาคม ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูกันต่อไป

 

ที่มา bbc

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...