นี่เป็นเรื่องราวของ “อดีตหญิงสาว” คนหนึ่งที่รู้สึกผิดหวังต่อการตัดสินใจของตัวเองเป็นอย่างมาก หลังจากที่เธอผ่าตัด “เปลี่ยนเพศสภาพ” ของตัวเองจากหญิงกลายเป็นชาย

อดีตหญิงสาวคนดังกล่าวมีชื่อว่า Debbie Karemer เธอผู้ตัดสินใจเปลี่ยนเพศสภาพของตัวเองในวัย 44 ปี จนกลายมาเป็นชายหนุ่มที่ใช้ชื่อว่า Lee Harries

 

Debbie ที่ได้กลายมาเป็นชายหนุ่มที่ชื่อว่า Lee

 

การผ่าตัดของเธอนั้นคือการผ่าเอาหน้าอก มดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ออก ก่อนที่แพทย์จะทำอวัยวะเพศชายเทียมให้กับเขา

ปัจจุบันผ่านมากว่า 15 ปี Lee อายุ 60 เข้าไปแล้วและอาศัยอยู่กับ Alan สามีที่แต่งงานกันมาตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นผู้หญิงอยู่ ในเขตฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ประเทศอังกฤษ

 

Alan สามีของเขา

 

หลังจากเป็นผู้ชายมานานหลายปี ล่าสุดเขาก็ได้ออกมาพูดตรงๆ ว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นคือการตัดสินใจและความผิดพลาดที่ร้ายแรงเอามากๆ

Lee บอกว่าเขาและสามีได้เข้ารับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจนทำให้รู้ตัวว่าแท้จริงแล้วเขา “ไม่ต้องการเป็นผู้ชาย” เลย

เหตุผลจริงๆ ของการตัดสินใจในครั้งนั้น มันมาจากอาการของ “ความผิดปกติที่เกิดหลังความเครียดที่สะเทือนใจ” (PTSD) ที่เขาได้รับมาจากการที่พ่อของตัวเองเคยคุกคามทางเพศ ข่มขืนเขาในตอนที่ยังคงเป็นสาววัยรุ่น

 

 

เขาเล่าว่าต้องโดนพ่อของตัวเองข่มขืนมาหลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่จะได้หนีออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง แต่ลึกๆ แล้วสิ่งเรื่องราวนั้นยังคงฝังอยู่ในใจของเขาเรื่อยมา

กลายเป็นสาเหตุของความคิดในเบื้องลึกที่ว่า “ถ้าไม่มีอวัยวะเพศหญิง ก็จะไม่ถูกข่มขืน” นำไปสู่การตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศนั่นเอง

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะความหลังฝังใจดังกล่าวได้ทำให้เขารู้สึกมีอารมณ์ถูกดึงดูดจากสิ่งไม่มีชีวิตอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เบ็ดตกปลา วิทยุ หรือแม้แต่กีตาร์

 

 

เมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกตัวเองจริงๆ แล้ว สิ่งที่เขาคิดตอนนี้ก็คือการได้อยู่ในร่างผู้ชายเป็นเหมือนกับกับดักที่เขาถูกขังเอาไว้ เพราะแท้จริงแล้วตัวเองต้องการเป็นผู้หญิงดังเดิม

เขาจึงรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าคนที่แปลงเพศหลายๆ คนก็อาจมีความคิดเหมือนกันเพียงแต่ไม่กล้าแสดงออกมาเท่านั้นเอง

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะอายุ 60 เข้าไปแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะลงชื่อรอคิวผ่าตัดกลับไปเป็นผู้หญิงอีกครั้ง โดยในตอนนี้ความรู้สึกเดียวที่เขามีก็คือ “ผมรู้สึกคิดถึงการเป็นผู้หญิงมากเหลือเกิน”

 

ที่มา: dailymail , mirror , thesun

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...