นี่คงนับว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงสำหรับเหล่านักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เลยก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงแต่พวกเขาจะพบแบคทีเรียชนิดใหม่บนสถานีเมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พวกเขายังมีการออกมาเปิดเผยอีกว่าการอยู่บนอวกาศนั้น ทำให้ไวรัสโรคเริมกลับมาทำงานได้อีกด้วย

(อ่านข่าวเก่าได้ที่ นักวิทย์นาซาผวา พบ “แบคทีเรียชนิดใหม่” ในสถานีอวกาศ ที่อาจก่อให้เกิดโรคในหมู่นักบิน และ งานวิจัยพบ การอยู่ในอวกาศทำให้ไวรัสโรคเริมกลับมาทำงานได้ เชื่อส่งผลต่อภารกิจระยะยาว)

 

 

แต่แล้วเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เอง ทางองค์กรนาซาก็ต้องพบกับปัญหาน่าปวดหัวอีกครั้งเมื่อพวกเขาพบว่านอกจากเชื้อโรคมากมายที่กว่ามาข้างต้นแล้ว บนสถานีอวกาศ ISS นั้น ยังมี “เชื้อรา” ที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์อาศัยอยู่ด้วย

ในอดีตเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้มองว่า เชื้อราจะไม่ค่อยมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์มากนักเมื่อเทียบกับเชื้อโรคอื่นๆ อย่างแบคทีเรีย ดังนั้นที่ผ่านๆ มานักวิทยาศาสตร์จึงไม่ได้ตรวจสอบเชื้อราบนอวกาศมากนัก

 

 

การตรวจสอบแบคทีเรียและเชื้อราที่นำมาจากสถานีอวกาศเผยให้เห็นจุลินทรีย์ที่คล้ายกับที่พบในพื้นที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่านของโลก

 

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้เองมหาวิทยาลัยเกนต์ในเบลเยียมได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าการอยู่ในอวกาศนานๆ อาจทำให้ร่างกายคนเราอ่อนแอต่อโรคมากขึ้น ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าเชื้อราเองก็อาจจะกลายเป็นอะไรที่มีความเสี่ยงต่อเหล่านักบินมากกว่าที่เคยเป็นมาก็ได้

และเมื่อทางสถานี ISS ลองตรวจสอบสถานีดูจริงๆ พวกเขาก็ต้องพบกับเรื่องที่น่าเป็นห่วงเข้าจนได้ เพราะเชื้อราที่พวกเขาพบบนสถานีนั้น มีเชื้อราอย่าง Aspergillus flavus รวมอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าเชื้อราตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องการปล่อยสารอะฟลาทอกซินที่ก่อมะเร็งตับ และสารที่ลดภูมิคุ้มกันของมนุษย์ลง

 

เชื้อรา Aspergillus flavus

 

Sarah de Saeger นักวิทยาศาสตร์ด้านเภสัชกรรมของมหาวิทยาลัยเกนต์เล่าว่า ในเวลานี้เรายังไม่ทราบว่ามีนักบินอวกาศได้รับผลกระทบจากสารพิษดังกล่าวแล้วหรือไม่ ถึงอย่างนั้นก็ตามพวกเราควรจะรีบหาวิธีที่จะตรวจจับและค้นคว้าเชื้อราในยานอวกาศที่ดีกว่าปัจจุบันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่ดี

เพราะในช่วงเวลาที่เรารู้ว่าแบคทีเรียจะมีความอันตรายมากขึ้นในอวกาศเช่นนี้ มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เชื้อราเองก็จะสามารถมีความรุนแรงในอวกาศได้มากขึ้นเช่นกัน

 

ที่มา livescience, space และ express

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...