การทดลองในตำนาน ‘คืนชีพศพด้วยกระแสไฟฟ้า’ ต้นแบบของแฟรงเกนสไตน์

หนึ่งในตัวละครชื่อดังจากนวนิยายสยองขวัญแนววิทยาศาสตร์ร่วมสมัย ต้องยกให้ ‘แฟรงเกนสไตน์’ มาเป็นอันดับต้นๆ ด้วยการนำแนวคิดคืนชีพให้กับซากศพ จากการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน ด้วยวิวัฒนาการทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์

แต่ก่อนที่คุณจะคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องนวนิยายสยองขวัญ ตามจินตานาการเพียงเท่านั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว พอจะมีเค้าโครงมาจากความเป็นจริงอยู่บ้าง จากการทดลองของนักฟิสิกส์นามว่า Giovanni Aldini

 

Giovanni Aldini

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มกราคม 1803 ชายหนุ่มนาม George Forster ถูกประหารชีวิตจากความผิดฐานฆาตกรรม ด้วยวิธีการแขวนคอภายในคุกนิวเกท ณ กรุงลอนดอน

และหลังจากการประหารชีวิต ศพของเขาถูกนำไปประจานทั่วเมือง ก่อนที่จะถูกนำร่างไร้วิญญาณมากระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าอีกทีหนึ่ง

 

 

โดยศพที่ถูกนำมาส่งนั้นมีจุดประสงค์เพื่อการทดลอง และจะทำการทดลองโดยนักปรัชญาธรรมชาติ และนักฟิสิกส์ชาวอิตาเลียน Giovanni Aldini ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของ Luigi Galvani ผู้ค้นพบการกระตุ้นศพให้ขยับได้ในสัตว์ ด้วยกระแสไฟฟ้า

 

ภาพวาดจำลองการทดลองของ Giovanni Aldini

 

บันทึกจากการรายงานผ่านหนังสือพิมพ์ The Times ระบุว่า ในขั้นตอนแรกของกระบวนการ ขากรรไกรของคนร้ายที่เสียชีวิตเริ่มขยับ กล้ามเนื้อมีสภาพบิดเบี้ยวอย่างน่าสยดสยอง

ดวงตาข้างหนึ่งข้างก็เปิดออก ส่วนที่เกิดขึ้นตามมานั้น มีมือขวายกขึ้นมา ขาและต้นขาเริ่มมีการเคลื่อนไหว…

 

 

ทั้งนี้ จากการทดลองของ Aldini กับศพของนาย Forster นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้นแต่อย่างใด ทว่าเคยมีการทดลองในแนวเดียวกันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้วตั้งแต่ช่วงปี 1700 ในกรณีของกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ขยับด้วยกระแสไฟฟ้า

 

ภาพจำลองการทดลองฟื้นคืนชีพซากศพ ด้วยกระแสไฟฟ้า

 

ด้านฝูงชนที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทดลองครั้งนี้ ต่างเชื่อว่าศพของนาย Forster กลับมามีชีวิตจริงๆ แม้จะไม่ได้ลุกขึ้นมาเดินเล่นเพ่นพ่านก็ตาม

สื่อท้องถิ่นที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ได้ทำการตีพิมพ์รายงานระบุไว้ว่า Aldini สามารถคืนชีพให้กับศพได้จริง แต่จะทำได้เฉพาะตอนที่เขาใช้ไฟฟ้าช็อตกระตุ้นร่างของ Forster เท่านั้น

 

 

และด้วยแนวคิดของการนำกระแสไฟฟ้า มากระตุ้นซากศพให้มีชีวิตอีกครั้งของ Aldini ก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบทประพันธ์นวนิยายอันโด่งดัง ‘Frankenstein’ ผลงานชิ้นเอกระดับโลกของ Mary Shelley ตีพิมพ์ครั้งแรก ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1818

 

ที่มา: livescience, launchistory, ncbi, popsci

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....