คนทุกคนมีจิตใต้สำนึกรับรู้ว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร รู้ว่าตัวเองเป็นคนอารมณ์ร้อน ใจเย็น มีเมตตา มีความเห็นแก่ตัว มีความเยือกเย็น หรือมีความวู่วาม แต่เชื่อเราหรือไม่ว่าคุณแทบจะไม่มีวันได้เจอกับตัวตนจริงๆ ของตัวเองจนกว่าจะถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ลำบากต่อการตัดสินใจ

เมื่อไม่นานมานี้ #เหมียวฟิ้น ได้กด Netflix เล่นๆ ไปเจอเข้ากับเรียลลิตี้โชว์ขนาดสั้นรายการหนึ่งที่มีชื่อว่า The Push (แรงผลักดัน) ของ Derren Brown ที่เป็นการตั้งคำถามขึ้นมาว่าคนคนหนึ่งจะสามารถฆาตกรรมคนอีกคนหนึ่งได้ไหม หากพวกเขาถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องลงมือ?

 

 

ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า Derren Brown นั้นเป็นนักอ่านใจและนักมายากลชาวอังกฤษ ที่โด่งดังมาจากการทำรายการทีวีเกี่ยวกับการทดลองทางสังคมและการใช้จิตวิทยาเพื่อหลอกล่อผู้คนในแบบต่างๆ ซึ่งเขาทำรายการแนวๆ นี้มาแล้วมากมาย จนล่าสุดคือ The Push นี่เอง

ในเรียลลิตี้โชว์นี้จะคัดเลือกเอาคนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เข้ามา 1 คน ซึ่งในรายการได้เลือกเอา Chris Kingston มาเป็นเหยื่อทดลอง โดยให้เขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานการกุศลงานหนึ่ง ซึ่งเขามีหน้าที่คอยดูแลเทคแคร์ Bernie เศรษฐีกระเป๋าหนักคนหนึ่งที่จะมอบเงินก้อนโตให้แก่มูลนิธิ

 

Chris Kingston ชายผู้ตกอยู่ท่ามกลางหน้าม้าทั้งมวล

 

ก่อนการการทดลองทางสังคมจะเริ่มขึ้น ทางรายการได้พาเราย้อนกลับไปดูในขั้นตอนการคัดเลือกผู้เข้าร่วมรายการ โดยมีการนำเอาวิธีที่ชื่อว่า “การบีบบังคับทางสังคม” เข้ามาช่วยคัดเลือกคน

สถานการณ์ที่ใช้ในการคัดเลือกคือทางทีมงานจะส่งหน้าม้า 3 คนเข้าไปนั่งในห้องแล้วทำแบบสอบถาม ก่อนที่จะมีคนเดินเข้าไปทีละคนๆ และในระหว่างนั้นทีมงานจะทำการกดกริ่งไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีเสียงกริ่งดังขึ้นหน้าม้าทั้ง 3 จะลุกและนั่งลง จนทำให้คนที่เข้าไปใหม่ต้องทำตามทั้ง 3 คนไปด้วยแบบจำยอม

ซึ่งหากมีใครสักคนที่ไม่ยอมทำตามคนหมู่มาก คนๆ นั้นก็จะถูกเชิญออกไป ทำให้คนที่เหลือเห็นว่าควรจะแสดงพฤติกรรมตามคนในห้อง สุดท้ายแล้วทางรายการก็เลือกเอาคนที่หัวอ่อนอย่าง Chris Kingston มาเป็นผู้ร่วมรายการ แต่ทีมงานจะหลอกเขาว่าเขาไม่ผ่านการคัดเลือก

 

 

ในขั้นแรกของการพาคนคนนึงไปยังการตัดสินใจฆ่าคนซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ทางทีมงานได้วางแผนในการขอให้ Chris ช่วยเหลือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก่อน อย่างเช่นแกล้งปักป้าย “มังสวิรัติ” ลงในขนมปังโรลที่เป็นไส้กรอก ก่อนจะค่อยๆ ไล่ระดับไปเป็นการช่วยถือของ หยิบนั่นหยิบนี่ไปเรื่อยๆ

 

 

ต่อมาเมื่อ Bernie มาถึงที่งาน เขาก็ค้นพบความลับบางอย่างของงานการกุศลที่ไม่ชอบมาพากล แต่สุดท้ายด้วยเหตุบางอย่างทำให้ Chris ต้องสวมรอยเป็น Bernie ซึ่งในรายการเราก็จะได้เห็นสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ Chris ต้องโกหกคำโตต่อหน้าผู้คนมากมาย

 

 

ในระหว่างที่ Chris ถูกหน้าม้าเล่นละครใส่ตลอดเวลา ทีมงานทุกๆ คนก็ต้องคอยรับคำสั่งจาก Derren ผ่านทางหูฟัง เพื่อให้ทุกๆ คนรู้ว่าต้องทำยังไงต่อไปหรือต้องกดดัน Chris ด้วยวิธีไหนบ้าง

 

 

และในทางที่สุดแล้ว สถานการณ์ก็เริ่มตรึงเครียดมากขึ้นๆ จากการบงการอยู่หลังหน้าจอของ Derren ทำให้ Chris ต้องตัดสินใจว่าจะผลักคนคนหนึ่งตกลงจากตึกได้หรือไม่?

 

 

ชมตัวอย่างรายการได้ที่นี่เลย

 

ทั้งหมดนี้เป็นกึ่งรีวิวกึ่งแนะนำที่เราอยากให้คุณไปลองดูกัน ซึ่งในตอนสุดท้ายไม่ได้มีเพียง Chris คนเดียวที่ถูกจับมาทดลอง ยังมีผู้ที่ถูกทดลองอีก 4 คน ที่ตัดสินใจไม่เหมือนกับเขาด้วย ถ้าอยากรู้ว่าตอนจบเป็นยังไงลองไปหาดูกันใน Netflix ได้ (ใครยังไม่เคยลองเขามีให้ทดลองดูฟรีด้วยนะ)

 

เรียบเรียงโดย เหมียวฟิ้น

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด