โรงเชือดแฉยับ “รัฐรู้เรื่องโรคระบาดในหมู” มานานแล้ว แหล่งข่าวชี้มีการจ้างให้เอาไปฝังเป็นพัน ๆ ตัว


1 ปลาทู

จากประเด็นเรื่องโรค ASF หรืออหิวาต์แอฟริการะบาดในสุกร ส่งผลให้ราคาหมูในประเทศไทยแพงขึ้นเป็นประวัติการณ์

เบื้องต้นทางรัฐออกมายอมรับแล้วว่าเกิดโรคระบาดขึ้นจริง (เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้เอง) จากการตรวจสอบหมูจากโรงฆ่าสัตว์ ทั้ง ๆ ที่มีรายงานว่ามีผู้เชี่ยวชาญส่งเอกสารชี้แจงถึงการระบาดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงฆ่าสัตว์ก็ออกมาแฉหน่วยงานรัฐรู้มาเป็นปีแล้วแต่พยายามปิดข่าว

จากรายงานเปิดเผยว่าผู้ประกอบการไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่ทางหน่วยงานรัฐมาตรวจสอบแบบนี้เท่ากับว่าเป็นการ “โยนความผิดมาให้” กับโรงเชือดชัด ๆ

 

 

“การเข้าตรวจ หรือ การเข้ามาเก็บตัวอย่างหาเชื้อโรค โดยการใช้ผ้าก๊อซมาเช็ด ซับน้ำเลือดจากพื้นที่ในโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปตรวจวิเคราะห์โรคนั้น ไม่น่าจะเป็นการกระทำที่ถูกต้องที่สุด”

“เพราะโรงฆ่าสัตว์มีทั้งยานพาหนะขนส่งสินค้า ขนย้ายสุกร และคนงานเดินเข้าเดินออกมากมายในแต่ละชั่วโมงในหนึ่งวัน อาจมีเชื้อโรคต่าง ๆ ปนเปื้อนพื้นที่ได้”

“ทางที่ถูกคือ ต้องตรวจเลือดสัตว์คือสุกร ในพื้นที่ที่มีการเลี้ยง หรือสุกรที่ตายในฟาร์ม จึงจะถูก” ตัวแทนผู้ประกอบการโรงเชือดกล่าว

 

 

อีกทั้งยังเปิดเผยอีกว่า โรค ASF นี้เกิดมาเป็นปีแล้ว ฟาร์มก็รู้ว่าเป็น ปศุสัตว์เองก็รู้เรื่องนี้

แรก ๆ ยังมีการสั่งให้นำหมูที่ป่วยไปฝังกลบ เพราะนำไปบริโภคไม่ได้ ต้องทิ้งเท่านั้น มีการจ่ายเงินค่าชดเชยให้ ต่อมาระยะยาว หมูตายมากขึ้น แก้ไขไม่จบไม่สิ้นจึงประกาศว่ากินได้

พอประกาศว่ากินได้ ทางฟาร์มเมื่อพบหมูป่วยก็แจ้งไปทางปศุสัตว์ให้เข้าตรวจ มีการออกใบอนุญาตเคลื่อนย้ายเพื่อนำไปเชือดก่อนตาย แล้วนำไปขายได้

บางเล่าหมูน้ำหนัก 20 กิโลกรัมเป็นร้อย ๆ ตัวติดเชื้อก็ต้องขายออกกิโลละ 13 บาท เฉลี่ยตัวละ 2,000 บาท ก็ต้องขาย เจ๊งหมดตัวกันระนาว

ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดมาแล้วเป็นปี แต่ไม่เคยถูกนำมาเปิดเผยไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร

 

 

เท่านั้นยังไม่พอ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า มีแหล่งข่าวจากผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกสิบล้อ ออกมาแฉว่า

“เคยได้รับการว่าจ้างให้นำสุกรไปฝังกลบเป็นพันตัว ที่อ.กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ประสานงาน”

“และที่น่าตกใจคือคนขับรถต้องฆ่าเชื้อด้วยวิธี ‘อาบน้ำยา’ แสดงให้เห็นว่าเชื้อโรคตัวนี้รุนแรงมาก”

“ทางเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ยอมบอกว่าเชื้อโรคตัวนี้คืออะไร รู้เพียงแต่ว่ามันรุนแรง”

 

ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป สรุปแล้วจะมีคนออกมารับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่? คงต้องติดตามกันไปอย่างใกล้ชิดแล้วล่ะครับ

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : matichon, khaosod

 

ติดตาม CatDumb ได้ในช่องทางอื่นๆ

Website: www.CatDumb.com

Youtube: www.youtube.com/c/CatDumbTV-Youtube

Instagram: www.instagram.com/catdumbnews/

TikTok: www.tiktok.com/@CATDUMBtv


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

1 ปลาทู
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวหง่าว

เหมียวปี 2

เลือกประเภทเนื้อหา
เล่าเรื่อง-สอบถาม
ตั้งกระทู้ถาม หรือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมภาพประกอบเนื้อหา
รูปภาพ
โพสต์ภาพน่าสนใจ ทั้งสวยงาม น่ารัก หรือฮาๆ ก็มาได้หมด
จัดอันดับ
บทความจัดอันดับสิ่งต่างๆ สมาชิกสามารถโหวตให้อันไหนขึ้นมาติดท็อปสุดก็ได้
จัดประกวด
คล้ายบทความจัดอันดับ แต่สมาชิกสามารถส่งเรื่องของตัวเอง มาโหวตแข่งกันได้
โพลล์
ทำโพลล์สอบถามความเห็นเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับแต่ละเรื่องบ้าง?