สาวแชร์อุทาหรณ์ “แผลติดเชื้อ” หลังถูกแมวกัด ตอนแรกคิดว่าไม่เป็นไร สุดท้ายต้องตัดเนื้อทิ้ง!!


3 แชร์

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่กลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียล เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้ออกมาแชร์เรื่องราวประสบการณ์ “แผลติดเชื้อรุนแรง (มาก)” จากการถูกแมวกัด

‘คุณเม’ ที่ได้ออกมาแชร์ถึงเรื่องราวนี้ เธอบอกว่านี่คือประสบการณ์การที่เธอเจอตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา และน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เพราะบางทีแผลเล็กๆ อาจรุนแรงกว่าที่คิด

 

ที่สำคัญต้องขอเดือนก่อนเลยว่า “ภาพเนื้อหามีความรุนแรง” (ไม่แนะนำสำหรับคนกลัวเลือด กลัวแผล)

 

แต่หากใครพร้อมแล้วก็ไปดูประสบการณ์นี้พร้อมๆ กันเลย

 

คุณเม เล่าว่า…

“เมื่อวันที่ 15 เมษายน เราได้รับบาดเจ็บจากการโดนแมวกัดและข่วน (เลี้ยงระบบปิดแต่ยอมรับว่ายังไม่ได้พาไปฉีดยาน้อง) เมโดนค่อนข้างลึกคือเขี้ยวน้องกัดจมเลย

อย่างแรกที่ทำคือ รีบเข้าห้องนำล้างสบู่เพราะเท้าเปื้อนเยอะมาก จากนั้นทาด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผลและเบตาดีน”

 

ภาพรอยแผลที่เธอได้รับ

.

 

“เราชะล่าใจคิดว่าไม่น่าเป็นไร จนเข้าวันที่ 2 ดึกๆ เท้าเริ่มบวม วันที่ 3 เท้าบวมมาก เดินไม่ค่อยได้จึงเดินทางไปโรงพยาบาลช่วงกลางวัน

หมอแจ้งว่าติดเชื้อและได้ให้ยาปฏิชีวนะมาทาน และนัดอีก 3 วัน แต่ในวันเดียวกันดึกๆ เราปวดแสบร้อนเท้ามาก เหมือนไฟไหม้ เท้าเริ่มบวมมากเลยกลับไปโรงพยาบาลช่วง 4 ทุ่ม”

 

.

 

“หลังจากนั้นก็แอดมิทที่โรงพยาบาลเพราะเราเริ่มมีไข้ (ได้ตรวจโควิด-19 แล้วผลเป็นลบ) หลังจากนั้นใส่น้ำเกลือและนอนโรงพยาบาล

วันต่อมาคุณหมอได้มาตรวจ ได้ให้ยาปฏิชีวนะเข้าเส้นเลือดเพื่อดูอาการ ช่วงนี้คือนอนยกขาสูง เมไม่ได้ถ่ายภาพไว้นะคะ ได้รับการรักษาดูอาการ 3 วันเท้ายิ่งแย่กว่าเดิม”

 

“คือช่วงที่นอน 3 วันนั้นมีอาการปวดเท้า ปวดแสบปวดร้อนมากๆ ได้รับยาปฏิชีวนะทั้งแบบฉีดและทาน แต่เท้ายังบวมเรื่อยๆ มีจ้ำม่วงๆ รอบแผลที่โดนกัด คือรอยจ้ำม่วงมันเกิดขึ้นเร็วมาก

จนหมอตัดสินใจว่าจะให้เข้ารับการผ่าตัดครั้งแรกเพื่อกรีดระบายหนอง ตอนผ่าใช้ยาบล็อคหลังไว้ รู้สึกตัวตลอด”

 

 

*หลังจากนี้เนื้อหาภาพจะรุนแรงอย่างมาก*

 

“หลังผ่าตัดช่วงดึกเราปวดเท้ามาก แบบยาแก้ปวดไม่ช่วยเลยเพราะยาบล็อคหลังหมดฤทธิ์แล้ว เราร้องทั้งคืนคือเจ็บปวดเท้ามากโดยที่เราเองไม่รู้ว่าแผลเป็นยังไงบ้างเพราะผ้าพันไว้

จนเช้าวันต่อมาหมอมาเปิดแผลให้ เราช็อคเลย นี่คือสภาพเท้าเรา แม่เราเกือบเป็นลมเลยค่ะ”

 

 

“หมอได้อธิบายโรคที่เราเป็นคือ ‘แบคทีเรียกินเนื้อ’ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อของน้ำลายสัตว์ โดยแผลจะติดเชื้อมีหนองแทรกเนื้อ และบริเวณนั้นแบคทีเรียจะกินเนื้อเราจนเป็นเนื้อตายที่รักษาไม่ได้ ต้องทำการตัดทิ้งทั้งหมดก่อนที่จะลาม การรักษาคือกรีดระบายหนอง”

 

 

“แบคทีเรียกินเนื้อ ต้องใช้ความอดทนอย่างมากของเรา คือเราเหมือนตกนรกทั้งเป็น ทุกวันเวลา 9.40น. พยาบาลจะเข็นเครื่องมือมาที่ห้องเรา มันคือช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด

หมอจะบีบเท้าทุกวัน พอบีบจะมีหนองออกมา ซึ่งหนองแทรกเนื้อจะไม่ไหลแบบหนองทั่วไปแต่จะแทรกตามเนื้อ ต้องบีบหนอง ทำแผลทุกวัน”

 

.

 

“เราดิ่งที่สุดของช่วงชีวิตเลย ยิ่งกว่าตอนผ่าหมอนรองกระดูก คือความเจ็บปวดให้ 100,000/10 เลยค่ะ

เราต้องทำแผลเป็นเวลา 10 วัน และฉีดยาปฏิชีวนะเข้าเส้นทุก 4 ชั่วโมง 10 วัน มียาตัวหนึ่งที่แรงมาก แสบเส้นเลือดตลอดเวลา มีผลข้างเคียงคือคลื่นไส้ อารมณ์แปรปรวน เราเลยเขียนไว้ตอนตีสาม”

 

สิ่งที่เธอเขียนเอาไว้

 

“หลังจากนั้นวันที่ 11 เราไม่มีหนองอีกแล้ว ข่าวดีได้รับการผ่าตัดครั้งที่ 2 คือการตัดเนื้อตายสีดำทั้งหมด เนื้อที่เห็นคือตายหมดแล้ว มีความดำ เหี่ยวมากขึ้นทุกวัน

หมอเลยตัดเป็นรูปตัววี จากนั้นนอนโรงพยาบาลทำแผลสดอีก 3 วันเลยได้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ตอนนั้นรวมการรักษาตัวทั้งหมด 13 วัน”

 

 

“เราไปโรงพยาบาลทำแผลทุก 2 วัน เราโดนตัดเนื้อไปเยอะเลยต้องฟื้นฟูเนื้อด้วยโปรตีนอย่างหนัก

เราอยากกราบเวย์โปรตีนตัวนี้มากของ ‘วิสตร้า’ คือฟื้นแผลเราดีมาก อันนี้ซื้อกินเองนะทุกตัวเลย หมอชมเลยว่าแผลสวยมาก ช่วง 2 อาทิตย์แรกกิน 3 เวลาเลย ต่อด้วยวิตามินเสริมเส้นประสาทเพราะเท้าเราชา”

 

 

“ตัวอาหารเสริมที่เราทาน เราโคดอยากแนะนำสำหรับคนผ่าตัดใหม่ อยากฟื้นฟูเนื้อ มันช่วยให้แผลฟื้นไวมากๆ บอกก่อนว่าทวิตนี้เราซื้อเองทั้งหมด

ช่วงแรกที่ผ่าเนื้อใหม่ๆ เรากินอะไรจะอ้วกตลอดเพราะผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะทำให้เราคลื่นไส้ตลอดเวลา แต่หมอแนะนำต้องอัดโปรตีนเยอะๆ เลยได้กินตัวนี้”

 

.

 

“ตอนนี้เดือนกว่าละ เมเริ่มกลับมาทำงานรีวิว ทุก 2 วันไปทำแผลเหมือนเดิม แผ่นนี้คือดีมาก วางบนแผลติดเชื้อ เค้าช่วยดูดน้ำเหลือง กระตุ้นการสร้างเนื้อ ลดการติดเชื้อ (แผ่นละ 470 บาท)

สุดท้ายนี้หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นอุทาหรณ์ว่าน้ำลายสัตว์อันตรายมากๆ อยากให้ระมัดระวังอย่าให้เกิดการติดเชื้อนะคะ”

 

.

 

โพสต์ต้นฉบับ (27 พฤษภาคม 2564)

 

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู


ถ้าชอบเนื้อหา อย่าลืมส่งปลาทูให้ผู้เขียน...

3 แชร์
ติดตาม
แจ้งเตือนเมื่อ
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
เหมียวตะปู

เหมียวปี 1

เลือกประเภทเนื้อหา
เล่าเรื่อง-สอบถาม
ตั้งกระทู้ถาม หรือเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ พร้อมภาพประกอบเนื้อหา
รูปภาพ
โพสต์ภาพน่าสนใจ ทั้งสวยงาม น่ารัก หรือฮาๆ ก็มาได้หมด
จัดอันดับ
บทความจัดอันดับสิ่งต่างๆ สมาชิกสามารถโหวตให้อันไหนขึ้นมาติดท็อปสุดก็ได้
จัดประกวด
คล้ายบทความจัดอันดับ แต่สมาชิกสามารถส่งเรื่องของตัวเอง มาโหวตแข่งกันได้
โพลล์
ทำโพลล์สอบถามความเห็นเพื่อนๆ ว่าคิดยังไงกับแต่ละเรื่องบ้าง?