ตำรวจไล่ตามรถวิ่งเกิน 100 กม./ชม. ก่อนพบคนขับเมาหลับ และรถอยู่ในโหมด “ขับอัตโนมัติ”

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 สื่อต่างประเทศรายงาน ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียได้ทำการสกัดจับรถ Tesla คันหนึ่งบนทางหลวงหมายเลข 101

แต่ทว่ารถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดเข้าข้างทางตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ และไม่เพียงแค่นั้นมันยังคงวิ่งต่อไปทั้งๆ ที่คนขับกำลังหลับอยู่!!

 

 

ตารายงานเปิดเผยว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเรียกตรวจรถ Tesla คันดังกล่าวเนื่องจากสงสัยว่านาย Alexander Samek คนขับรถวัย 45 ปีอาจมีอาการเมา หลังจากที่รถของเขาวิ่งมาด้วยความเร็วกว่า 100 กม./ชม.

อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับตามเข้าไปใกล้ๆ กลับพบว่านาย Alexander กำลังนั่งหลับอยู่หลังพวงมาลัย ซึ่งในตอนนั้นรถของเขาก็กำลังวิ่งอยู่ด้วยเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า รถกำลังขับด้วยระบบ Autopilot ซึ่งเป็นระบบช่วยขับที่ติดมากับรถ ทำให้รถขับได้โดยอัตโนมัติถ้ามือคนขับยังจับพวงมาลัยอยู่

 

 

งานเข้าตำรวจสิทีนี้.. พวกเขาก็เลยต้องหาทางหยุดรถที่กำลังขับไปเองด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ให้จงได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิดไฟฉุกเฉินขับตามรถคันดังกล่าว

จากนั้นให้รถของอีกคนหนึ่ง ขับไปดักหน้า และค่อยๆชะลอความเร็วลง เพื่อเป็นการบังคับให้รถอัตโนมัติคันนั้นจอดให้ได้อย่างปลอดภัย

สุดท้ายรถก็จอดกลางทางด่วนได้สำเร็จ หลังจากที่วิ่งไปได้นานกว่า 7 นาทีและไกลถึง 11 กิโลเมตร

ทางด้านโฆษกของตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่า หลังจากที่ทำการสกัดรถของนาย Alexander ได้เป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวหนุ่มขี้เซา(เมา)รายนี้ขึ้นรถตำรวจ และทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์

 

 

เทคโนโลยีไร้คนขับ คือโหมดการขับขี่พิเศษที่ถูกติดตั้งมากับรถของทาง Tesla ที่จะคอยช่วยในการบังคับพวงมาลัยรถ และควบคุมความเร็วของรถ

แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา โหมดอัจฉริยะนี้ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยเช่นกัน อย่างกรณีของหนุ่มคนขับรถแทร็กเตอร์รายหนึ่งที่เสียชีวิต หลังจากที่รถของเขาชนกับรถ Tesla Model S ที่เปิดโหมดดังกล่าว

 

 

ที่มา sfchronicle

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....