อุบัติเหตุสามารถเกิดได้ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมสร้างความเสียหายให้กับผู้คนที่ประสบพบเจอไม่มากก็น้อย

ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมากมายเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นระบบถุงลมนิรภัย กล้องติดท้ายรถ เป็นต้น

 

และล่าสุดระบบ Autopilot ของบริษัท Tesla แบรนด์รถยนต์ที่มีชื่อเสียงของประเทศอเมริกา ก็ได้ถูกพัฒนาไปอย่างก้าวล้ำ ะมีระบบเซนเซอร์ที่คอยตรวจจับความผิดปกติของวัตถุบริเวณรอบข้าง จึงทำให้สามารถทำนายอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้และส่งเสียงเตือนออกมาให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

 

 

โดยลักษณะเด่นของมันก็คือระบบเรดาร์ที่จะสามารถตรวจจับสิ่งที่อยู่รอบๆ รถได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้าง ที่ห่างออกไปกว่า 2 ช่วงคัน แถมยังสามารถวิเคราะห์ถึงสิ่งกีดขวางที่อยู่ในมุมอับสายตาของคนขับ และส่งเสียเตือนให้ระวังได้อีกต่างหาก

 

 

หลายๆ คนต่างก็ตั้งคำถามว่ามันจะช่วยได้ขนาดไหนกันเชียว!?

มีคลิปวิดีโอมากมายซึ่งแสดงให้เห็นถึงการที่ระบบสั่งให้รถหักหลับกันที่เบรกกะทันหันหรือกินเลนเข้ามา ซึ่งล่าสุดก็ได้มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถใช้งานได้ดีกว่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ และถูกถ่ายไว้โดยกล้องหน้ารถของคุณ Hans Noordsij ที่เป็นเจ้าของรถ Tesla

 

 

ขณะที่ขับไปเรื่อยๆ บนถนน ภาพที่เราเห็นตอนแรกนั้นก็แค่รถคันข้างหน้าเบี่ยงออกเลนซ้ายเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นมา และจากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงๆ!! จึงทำให้คุณ Hans สามารถหยุดรถได้ทันเวลา

 

ลองไปชมคลิปเหตุการณ์กันแบบเต็มๆ ที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า…

 

ซึ่งคุณ Hans ได้เล่าว่าทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์อุบัติเหตุในวันนั้นปลอดภัยดี ถึงแม้ว่ารถ SUV ที่ถูกเสยท้ายนั้นจะกลิ้งไปหลายตลบก็ตาม

แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าระบบ Autopilot ของ Tesla นั้นสามารถใช้งานได้เกิดประโยชน์จริงๆ ซึ่งนอกจากมันจะช่วยเบรกรถแล้ว ยังคำนวณถึงโอกาสความเป็นไปได้ที่คันอื่นจะเกิดอุบัติเหตุ และช่วยให้เจ้าของรถปลอดภัยอีกด้วย

 

ต้องขอบอกเลยว่าเป็นระบบที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และแม้ว่าตอนนี้จะมีบางครั้งที่ระบบทำงานผิดพลาดจนเกิดเป็นอุบัติเหตุตามข่าวที่เคยเกิด

แต่ถ้าพัฒนาไปจนหมดข้อผิดพลาดแล้วล่ะก็ คงจะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้มากเลย

ที่มา : electrek

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...