ในขณะที่วัยรุ่นไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่งเดินหาตัวลูกศรโบราณในฟาร์มของเพื่อนที่รัฐไอโอวา เชื่อว่าเขาคงจะไม่คิดหรอกว่าแทนที่จะพบหัวลูกศรโบราณที่หาได้ทั่วๆ ไปในสหรัฐฯ เขาจะพบกับกระดูกของสัตว์โบราณแทน

 

กระดูกขากรรไกร ที่ถูกพบ

 

แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ เสียแล้ว เพราะไม่นานหลังจากที่เด็กหนุ่มสำรวจพื้นที่ฟาร์มไปถึงห้วยเล็กๆ เขาก็ได้พบกับกระดูกขากรรไกรที่มีความยาวถึง 76 เซนติเมตรเข้า ดังนั้นเขาจึงแบกมันกลับบ้านในฟาร์ม และติดต่อผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบทันที

อ้างอิงจากข้อมูลของนักบรรพชีวินวิทยาของมหาวิทยาลัยไอโอวา กระดูกที่เด็กหนุ่มพบนั้น มีอายุมากกว่า 34,000 ปี และเป็นของ “มาสโตดอน” บรรพบุรุษของช้างในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะเด่นอยู่ที่ฟันและขากรรไกรอันน่าเกรงขาม

 

ลักษณะฟันของมาสโตดอนจากมหาวิทยาลัยไอโอวา

(ไม่ใช่อันที่ค้นพบในครั้งนี้)

 

มาสโตดอนนั้นตั้งแต่ในอดีตแล้วมักจะถูกจำสับสนกับช้างแมมมอธ อย่างไรก็ตามมาสโตดอนจะมีขนาดเล็กกว่าแมมมอธเล็กน้อย ปรากฏตัวขึ้นในทวีปอเมริกาเมื่อราวๆ 27-30 ล้านปีก่อน และสูญพันธุ์ไปเมื่อราวๆ 10,000 ปีก่อน

เมื่อลองคำนวณขนาดตัวของมาสโตดอนที่เด็กหนุ่มพบจากขนาดขากรรไกรแล้ว นักบรรพชีวินก็คาดว่าช้างโบราณตัวนี้ ในยามที่ยังมีชีวิตน่าจะสูงราวๆ 2.1 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นส่วนสูงที่ค่อนข้างน้อย ดังนั้นมาสโตดอนที่ถูกพบจึงน่าจะยังอยู่ในช่วงที่ยังไม่โตเต็มวัยมากนัก

 

รูปร่างของมาสโตดอน ที่ถูกจำลองขึ้นจากข้อมูลที่เรามี

 

จริงอยู่ที่ว่ากระดูกของช้างชนิดนี้ไม่ได้ถือว่าหายากมากนัก แต่ทีมนักบรรพชีวินก็บอกว่ากระดูกที่พบนั้นอยู่ในสภาพที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีโดยธรรมชาติ และแทบไม่โดนแสงแดดเลยตลอดหลายหลายพันปีที่ผ่านมา ทำให้กระดูกชิ้นนี้ถือว่าค่อนข้างพิเศษอยู่

โดยในปัจจุบันกระดูกของมาสโตดอนชิ้นนี้ ได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่คลังของมหาวิทยาลัยไอโอวาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่คุณ Tiffany Adrain ผู้ดูแลคลังเก็บรักษาก็ได้ออกมาบอกว่า ฟอสซิลแบบนี้ถูกพบได้บ่อยๆ กว่าที่คิด ดังนั้นไม่แน่ว่าในอนาคตเราก็อาจจะได้เห็นข่าวคล้ายๆ กันนี้อีกครั้งก็เป็นได้

 

ที่มา foxnews, dailymail และ allthatsinteresting

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...