เรียกได้ว่าทิ้งห่างจากภาคแรกไปนานถึง 13 ปีทีเดียว สำหรับแอนิเมชั่น Finding Dory ที่เป็นภาคต่อจาก Finding Nemo แอนิเมชั่นปลาการ์ตูนที่หลายๆ คนหลงรัก

กลับมาคราวนี้จะยังสร้างความประทับใจได้เหมือนที่ภาคแรกทำไว้หรือไม่ แล้วคนดูจะยังจำเรื่องราวในภาคแรกได้อยู่หรือเปล่า? จำเป็นต้องดูภาคแรกมาก่อนไหม? เราไปหาคำตอบกันเลย

Finding Dory (2)

 

Finding Dory เล่าเรื่องราวของเจ้าดอรี่ ปลาสีฟ้าน่ารัก ที่เคยโผล่มาเป็นตัวละครสมทบช่วยตามหานีโม่มาแล้วในภาคแรก แต่คราวนี้จู่ๆ เธอก็นึกถึงพ่อแม่ที่พลัดพรากจากกันเมื่อสมัยเธอเป็นเด็ก เธอจึงอยากจะออกตามหาพ่อแม่ให้เจอ

แต่ด้วยความที่ดอรี่ป่วยเป็นโรคความจำสั้น ทำให้เธอจำอะไรเกี่ยวกับพ่อแม่ไม่ค่อยได้ งานนี้จึงเป็นหน้าที่ของมาร์ลินและนีโม่ที่ต้องช่วยเหลือเธอบ้าง

Finding Dory (1)

 

แม้ว่าหนังจะเล่าเรื่องราวที่เชื่อมต่อกับภาคแรกอยู่ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องดูภาคแรกมาก่อนก็ได้ เพราะเรื่องราวของดอรี่จะเป็นเรื่องแยกออกมาเป็นเอกเทศโดยมีมาร์ลินและนีโม่คอยช่วยเหลือ

หากใครที่ดูภาคแรกเมื่อนานมาแล้วและกลัวว่าจะลืมเนื้อเรื่อง (เหมือน#เหมียวฟิ้น) ล่ะก็ ในภาคนี้เขาก็จะใส่ฉากจากภาคแรกมาให้ชมกัน ให้ผู้ชมได้ร้อง “อ๋อ” ว่าเจ้าดอรี่มันปรากฏตัวในฉากไหน แล้วมาเจอกับมาร์ลินได้ยังไง

FINDING DORY. Pictured (L-R): Destiny and Dory. ©2016 Disney•Pixar. All Rights Reserved.

 

ตัวหนังยังคงเป็นแอนิเมชั่นครอบครัวสนุกสนานเหมือนกับภาคแรก แต่รู้สึกว่าในภาคนี้จะใส่มุกตลกเข้ามาเยอะหน่อย (มุก 5 บาท 10 บาทเยอะเหมือนกัน) จนบางจังหวะรู้สึกว่ายิงมุกถี่จนเฝือ (อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะ)

และหากใครที่ติดตามหรือเคยดูรายการโชว์ของอเมริกามาบ้างก็อาจจะคุ้นกับเสียงของดอรี่ เพราะให้เสียงพากย์โดย Ellen DeGeneres พิธีกรรายการทีวีชื่อดัง คนเดียวกับที่เคยพากย์เป็นดอรี่ในภาคแรกเลย

Finding Dory (4)

 

สิ่งที่ภาคนี้ทำได้ดีก็คือตัวละครประกอบ ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกแฮงก์ แมวน้ำ หรือปลาในพิพิธภัณฑ์ก็ดูจะมีเอกลักษณ์และความฮาเฉพาะตัวอยู่มาก แต่ละตัวละครมีสีสันและโผล่เข้ามาในจังหวะที่พอดิบพอดี (แต่บางตัวก็โผล่มาในทุกจังหวะเกิ๊น)

แต่เนื่องจากตัวละครดอรี่มีอาการความจำสั้น และพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ทำให้#เหมียวฟิ้นรู้สึกรำคาญตลอดทั้งเรื่องเลย (อันนี้ส่วนตัว)

Finding Dory (5)

 

แต่ข้อเสียงของหนังเรื่องนี้ก็มีเหมือนกัน เพราะเนื่องจากเป็นแอนิเมชั่นการ์ตูนเกี่ยวกับปลา มีเรื่องการออกตามหาบางสิ่งและการผจญภัย ทำให้เหมือนเรานั่งดูภาคแรกซ้ำอีกรอบ (ในแง่การดำเนินเรื่อง)

ทำให้เรารู้สึกว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ไม่สดใหม่เท่ากับเรื่องก่อนๆ ของ Pixar ที่มักจะเน้นการสร้างแอนิเมชั่นที่มีเรื่องราวแบบออริจินอลมากกว่า อะไรที่เราเคยประทับใจในภาคแรกไปแล้ว ในภาคนี้ก็อาจจะไม่ประทับใจเท่า

Finding Dory (6)

 

สรุปแล้วนี้ก็ยังเป็นแอนิเมชั่นครอบครัวที่แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ ไปดู คุณจะได้ทั้งความสนุกและเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ว่ามีอาการที่น่าสงสารยังไง

แถมยังได้รู้ว่าการเป็นปลาในสวนน้ำนั้นไม่ได้น่าสนุกอย่างที่เด็กๆ เข้าใจกัน แต่สำหรับคนดูหนังก็อาจจะอยู่ในระดับที่สนุกแล้วจบกันไป

Emo new (1)

เรียบเรียงโดย เหมียวฟิ้น

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด