เด็กหนุ่มวัย 15 ถูกพ่อชักปลั๊กคอมระหว่างเล่น LoL ตัดสินใจทิ้งตัวจากชั้น 3 ของบ้าน เสียชีวิต

วันที่ 23 มีนาคม 2019 ที่ประเทศไต้หวัน มีรายงานออกมาว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการทิ้งตัวลงจากชั้นสามของบ้านจนเสียชีวิต ในวันเกิดอายุครบ 15 ปีของเขา

เด็กชายนามว่า Cheng ได้มีปากเสียงกับพ่อของเขาที่ไม่พอใจที่เขาเอาแต่เล่นเกม League of Legends แทนที่จะอ่านหนังสือก่อนการสอบในวันที่ 26 มีนาคม 2019

ผู้เป็นพ่อได้ตำหนิลูกชายในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ขณะที่ลูกชายกำลังเล่นเกมอยู่ และทันใดนั้น เขาก็ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ออกก่อนจะออกจากห้องไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เด็กชายหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน Cheng ได้ขึ้นไปที่ชั้นสามของบ้าน และตัดสินใจทิ้งตัวลงมาผ่านหน้าต่าง ทำให้เขาได้รับการกระทบกระเทือนที่สมองอย่างรุนแรง

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. คุณตาของเด็กชายที่พึ่งกลับบ้านมาก็ได้พบร่างของหลานชายนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น…

เด็กหนุ่มจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน แต่ก็สายเกินไป Cheng ได้เสียชีวิตลงในเวลาประมาณตี 3 ของคืนเกิดเหตุ

 

 

รายงานเผยว่า Cheng เป็นเด็กร่าเริงและมองโลกในแง่ดี  เขามีการเรียนโดดเด่นและเป็นที่รักของเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน เขาอาศัยอยู่กับพ่อและน้องสาวหลังจากที่พ่อแม่หย่ากันเมื่อ 3 ปีก่อน

Cheng กำลังอยู่ในช่วงที่กดดันอย่างมากจากการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มเล่นเกมเพื่อคลายความเครียดของตน

อีกทั้งในวันที่เกิดเหตุยังเป็นวันเกิดของเขา ซึ่งเด็กหนุ่มก็ได้ออกไปกินข้าวกลางวันฉลองวันเกิดกับเพื่อน ก่อนที่ครอบครัวจะสั่งพิซซ่ามาฉลองวันเกิดของเขาอีกครั้งในช่วงเย็น

 

 

เพื่อนร่วมชั้นในงานศพของ Cheng

 

ภายหลังเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายของเขา เนื้อหาของจดหมายกล่าวว่าเขาตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะต้องการเป็นอิสระเหมือนนกที่ได้โผบินอยู่บนท้องฟ้าโดยไม่ต้องกังวลอะไร

และนอกจากนี้เขายังทิ้งข้อความติดไว้กับซองเงินเก็บของเขา ซึ่งเป็นข้อความถึง Wu เพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันมาอย่างยาวนานถึง 9 ปี

“โปรดนำเงินในนี้ไปให้ Wu เพื่อชดใช้ให้เขาสำหรับความเป็นเพื่อนตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณที่ใช้เวลาร่วมกันมาอย่างยาวนานถึง 9 ปี ขอบคุณมากนะเพื่อน”

 

ข้อความของ Cheng ถึงเพื่อนสนิท

 

ทั้งนี้ #เหมียวฝึกหัดหมายเลข25 ก็ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของเด็กหนุ่มคนนี้ด้วยครับ…

 

ที่มา: worldofbuzz, apple daily

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....