22 ธันวาคม 2010 มีการพบศพของ Michael Faherty ชายวัย 76 ปี เสียชีวิตอยู่ในบ้านจากการถูกไฟไหม้ อย่างไรก็ตามไม่มีการพบหลักฐานว่านี่เป็นการฆ่าตัวตาย หรือการฆาตกรรมในที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ชิ้นเดียวจนทำให้คดีที่เกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องที่สร้างความงุนงงแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก

 

 

สุดท้ายคดีที่เกิดขึ้นก็ถูกลงความเห็นว่าเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า Spontaneous Human Combustion หรือ SHC ปรากฏการณ์แปลกๆ ที่ร่างกายมนุษย์เกิดการลุกไหม้ขึ้นเอง

นี่เป็นเหตุการณ์ที่แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ก็เกิดขึ้นจริงๆ แล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ถูกอธิบายไว้เป็นในช่วงศตวรรษที่ 18 โดย Paul Rolli ว่า “นี่คือปรากฏการณ์ที่ร่างกายมนุษย์เกิดการติดไฟจากความร้อนที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย โดยไม่มีหลักฐานการจุดไฟจากภายนอก”

 

 

SHC ถูกบันทึกไว้เป็นครั้งแรกในช่วงปีคริสต์ศักราช 1400 โดยผู้เสียชีวิตคืออัศวินที่ชื่อ Polonus Vorstius หลังจากที่ทานไวน์ที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์สูงเข้าไป ก่อนที่จะ “ลุกเป็นไฟ” ในเวลาต่อมา

จุดร่วมของปรากฏการณ์ SHC ที่เกิดขึ้นกว่า 200 คดีทั่วโลกนั้นมีอยู่ดังต่อไปนี้

1. ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักติดสุรา

2. เหยื่อมักเป็นผู้หญิงสูงอายุ

3. โดยมากแขน ขาของผู้ตายจะไม่ถูกเผาไปด้วย

4. ความเสียหายต่อสิ่งรอบกายผู้ตายจะมีน้อยมาก

5. การเผาไหม้ของร่างกายมักทิ้งสารตกค้างของไขมัน และขี้เถ้าซึ่งเป็นมีกลิ่นเหม็นมาก

6. ร่างกายไม่ได้ถูกลุกไหม้ขึ้นมาเอง แต่มีแหล่งกำเนิดประกายไฟภายนอก

 

 

จะสังเกตว่าจุดร่วมข้อสุดท้ายมีความขัดแย้งกับคำอธิบายและลักษณะของปรากฏการณ์ SHC ที่กล่าวไว้ในอดีต นั่นเป็นเพราะว่านี่เป็นจุดร่วมที่ของเคสที่เกิดในยุคหลังๆ และมีความเป็นไปได้ว่าที่สมัยก่อนคิดว่าจู่ๆ ร่างคนเราเกิดไฟลุกขึ้นเองน่าจะมาจากการชันสูตรที่ไม่ละเอียดเท่าในปัจจุบัน

 

 

โดยสมมุติฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดของปรากฏการณ์ SHC คือ Wick Effect ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่เสื้อผ้าหรือเส้นผมของผู้ตายติดไฟจากแหล่งกำเนิดประกายไฟภายนอก (เช่นบุหรี่ เตาผิง หรือแหล่งความร้อนอื่นๆ) จากนั้นไขมันในร่างกายก็ละลายออกมาโดนชุดหรือผมจนทำหน้าที่คล้ายไขของเทียน (น้ำตาเทียน)

นั่นทำให้เกิดการลุกไหม้อย่างช้าๆ คล้ายการจุดเทียนที่ไส้เทียน (เสื้อผ้าหรือเส้นผม) ได้รับเชื้อเพลิงจากไขเทียน (ไขมันในร่างกาย) เรื่อยๆ จนร่างกายไหม้เป็นเถ้าถ่าน และเหลือเพียงชิ้นส่วนของร่างกายที่ไม่ได้ปกคลุมโดยเสื้อผ้าไว้เท่านั้น ซึ่งตรงกับลักษณะของศพที่พบจากปรากฏการณ์ SHC เป็นอย่างดี

 

 

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงหนึ่งในสมมุติฐานที่พยายามอธิบายปรากฏการณ์ SHC เท่านั้น และในปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานที่บอกว่าทฤษฎีที่ว่านี้เป็นจริงแต่อย่างใด ความจริงเบื้องหลังการที่มนุษย์ลุกไหม้เป็นไฟ จึงยังเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

 

ที่มา allthatsinterestingghosthuntingtheorieshowstuffworks และ thesun

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...