ขณะนี้ได้เกิดกระแสที่ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่อนักเรียนทหารนายหนึ่งเสียชีวิตระหว่างอยู่ในค่ายและพบว่าก่อนหน้าที่เขาถูกซ้อมหลายครั้ง จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือด

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเรา แต่หากกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ จะเป็นอย่างไร?

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2014 สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานว่าศาลทหารเกาหลีใต้ได้ตัดสินลงจำคุกนายทหาร 4 นาย เป็นเวลา 25-45 ในปี ในข้อห้ากลั่นแกล้งทหารเกณฑ์จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

พลทหาร Yoon Seung-joo วัย 20 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2014 หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายร่างกายทุกวันเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน

ประเด็นดังกล่าวนี้สร้างความตระหนกตกใจให้กับชาวเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก เพราะในประเทศมีทหารมากกว่า 630,000 คน และบางคนก็รับใช้ชาตินานกว่า 2 ปี ในที่สุดผู้นำกองทัพก็ได้ประกาศลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

 

 

ทั้งนี้อัยการได้เสนอให้ลงโทษผู้กระทำผิดหลักด้วยการประหารชีวิต อย่างไรก็ตามคณะผู้พิพากษา 3 คน ไม่เห็นด้วย และได้ตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 45 ปี

ในการพิจารณาคดีนายทหารทั้ง 4 คนไม่ได้พูดอะไรในชั้นศาล และทนายของพวกเขาก็ไม่มีข้อแก้ต่างใดๆ ให้ด้วย แต่หลังจากการคำตัดสินออกมาแล้ว จำเลยคนหนึ่งกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจทำให้พลทหาร Yoon เสียชีวิต

 

 

ด้านพยานยืนยันว่าพลทหาร Yoon ถูกทำร้ายอย่างหนัก เขาไม่ได้กินอาหาร ห้ามให้นอนหลับ และถูกจำเลยทรมานเป็นเวลาหลายเดือนจนเสียชีิวิตในที่สุด

หลังจากพิจารณาคดีแล้วา ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินว่า “ผู้ต้องหาควรจะต้องได้รับโทษหนักจากการกระทำที่ไม่ต่างอะไรจากการฆาตกรรม” 

อย่างไรก็ตามโทษของจำเลยคือจำคุก 25-45 ปี ทำให้ครอบครัว Yoon แสดงความโกรธเคืองต่อคำตัดสินดังกล่าว เพราะพวกเขาต้องการให้จำเลยรับโทษสูงสุด นั่นคือการประหารชีวิต

 

 

แม่ของพลทหาร Yoon พูดกับผู้สื่อข่าวหลังการพิจารณาคดีว่า “นี่ไม่ใช่การฆาตกรรมหรอ? ถ้าระบบความยุติธรรมยังเป็นแบบนี้ ฉันออกจากประเทศนี้ไปเลยดีกว่า”

ส่วนผู้นำทหารได้ให้คำมั่นที่ว่าจะปฏิรูปกองกำลังทหารและจะให้การดูแลทหารเกณฑ์ให้ดีขึ้น โดยจะปรับปรุงค่ายทหารและเข้าไปตรวจที่พักทหารให้บ่อยกว่าเดิม

คดีนี้เป็นหนึ่งในหลายๆ คดีที่สะท้อนให้เห็นปัญหาการใช้กำลังข่มเหงในกองทัพของเกาหลีใต้ จนทำให้นักวิจารณ์บางคนออกมาบอกว่าควรเปลี่ยนตั้งแต่วัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในค่ายทหาร เพื่อป้องกันไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

 

ที่มา reuters

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...