หลายๆคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่าเหมียวนั้นเคยเป็นอดีตนักกีฬาว่ายน้ำมาก่อนด้วย แต่ในระยะหลังมานี้ค่อนข้างยุ่งกับอะไรหลายๆอย่าง และมักจะหาข้ออ้างให้กับตัวเองอยู่เสมอว่า “ไม่มีเวลา” แต่จู่ๆก็เกิดอารมณ์อยากจะกลับไปว่ายน้ำขึ้นมาซะดื้อๆ เลยจัดแจงอุปกรณ์ให้พร้อม แต่ครั้นจะไปว่ายน้ำเฉยๆก็กลัวจะเบื่อได้

 

เหมียวเลยนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ เคยเห็นเครื่องเล่น MP3 ที่มันสามารถกันน้ำได้ ก็เลยหาข้อมูลไปเจอเข้ากับ 2 ยี่ห้อ นั่นก็คือ Philips GoGear Action และ SONY NWZ-W273S ซึ่งราคาของทาง Philips ถูกกว่าพอสมควร แต่ดันหาซื้อไม่ได้

 

หวยเลยมาตกอยู่กับเจ้า SONY NWZ-W273S และหลังจากการทดลองเอามันไปว่ายน้ำมาด้วย วันนี้แอดเหมียวจะมาอธิบายแบบบ้านๆเอง ว่ามันดีไม่ดียังไง แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าเหมียวหูไม่เทพนะ ไม่สามารถลงลึกถึงย่านเสียง รายละเอียดความฉ่ำของเบสได้(เรียกง่ายๆว่าหูทองแดงนั่นเอง) ถ้าพร้อมแล้วลองมาดูกันเลย

SONY WALKMAN (1)

 

SONY NWZ-W273S เป็นเครื่องเล่น MP3 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นกีฬาโดยเฉพาะ ฉะนั้นมันจึงมีความเบากว่าเครื่องเล่นทั่วๆไปหน่อย แต่เนื่องจากมันไม่มีตัวเครื่อง คือมาแบบเป็นสายคล้องหูมาเลย ฉะนั้นอย่าหวังว่าจะปรับ Equalizer เพลงได้ เซ็ทมาแบบไหนก็ฟังไปแบบนั้นเลย

 

บางคนอาจจะกังวลว่าพอมันมาเป็นหูฟังแบบคล้องหูแบบนี้แล้ว หากสวมได้ไม่พอดีหูจะทำยังไง? ทาง SONY เขาก็เลยแถมเอียร์บัดมาให้หลายขนาดเลย จากในรูป เอียร์บัดสีดำจะไว้ใช้สำหรับฟังเพลงธรรมดาๆ(ฟังแบบไม่ต้องลงน้ำ) ส่วนเอียร์บัดสีเทาจะเป็นแบบที่สามารถกันน้ำได้ โดยตรงรูหูฟังจะมีแผ่นฟิล์มบางๆปิดไว้ กันไม่ให้น้ำเข้า

SONY WALKMAN (2)

 

นอกจากเอียร์บัดแล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีสายชาร์จมาด้วย ตัวสายชาร์จนั้นจะคล้ายๆ Docking ที่ไว้สำหรับเสียบหูฟังลงไป โดยระยะเวลาในการชาร์จให้เต็มก็ประมาณ 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง มีระบบ Quick Charge สามารถชาร์จ 1 นาทีแต่ฟังเพลงได้ 60 นาทีเลย

SONY WALKMAN (3)

 

เสียบเข้าไปแล้วก็จะออกมาเป็นแบบนี้ สามารถชาร์จกับคอมได้เลย หรือจะชาร์จกับหัว USB ที่ใช้สำหรับชาร์จมือถือก็ได้ และนอกจากเจ้า Docking ตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นสายชาร์จแล้ว มันยังเป็นตัวเชื่อมกับคอม ให้เราสามารถลากเพลงลงมาในเครื่องได้ด้วย ซึ่งวิธีก็ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องผ่าน iTune หรือโปรแกรมใดๆ สามารถลากลงมาในโฟลเดอร์ตัวเครื่องได้เลย

SONY WALKMAN (4)

 

ในส่วนของสายคล้องคอ จะแถมยางยืดเส้นสีดำๆมาให้ด้วย เอาไว้ใช้สำหรับรัดศีรษะ ให้กระชับตามแต่ขนาดศีรษะของแต่ละคน หากอยากให้รัดแน่นๆ ก็ขยับเส้นสีดำเข้ามาอีก(แต่ขอบอกเลยว่าไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่ เพราะเวลาว่ายน้ำหรือเหงื่อออก สายมันก็จะเลื่อนออกไปเอง เหมือนกับมันไม่เคยเกาะอะไรได้เลยในชีวิตนี้)

SONY WALKMAN (5)

 

มาดูกันที่ตัวเครื่องบ้าง ด้านหลังของเครื่องเล่นฝั่งขวาจะมีแถบทองแดง เอาไว้สำหรับชาร์จแบต และหากสังเกตดีๆ คุณจะเห็นจุดสีดำๆอยู่ใกล้กับแถบทองแดง ปุ่มนั่นจริงๆแล้วเป็นหลอดไฟที่เอาไว้บอกเราว่าเครื่องเปิดหรือปิดอยู่ หากเครื่องเปิดอยู่จะมีไฟสีเขียวกะพริบอยู่ตลอดเวลา ด้านใต้ของตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม Play/Pause และปุ่มสำหรับเลื่อนเพลง

SONY WALKMAN (6)

 

ส่วนด้านขวาของเครื่องจะมีปุ่มสำหรับโหมด Shuffle ที่เราจะสามารถเลือกว่าจะให้เล่นเพลงตามรายชื่อหรือสุ่มเลือกเพลงก็ได้(เวลากดจะมีเสียงบอกให้เรารู้ด้วยนะเออ) และมีปุ่มเร่งเสียง/ลดเสียง ตามปกติ และมีปุ่ม Power ที่เวลาจะเปิดหรือปิดต้องกดค้างไว้ประมาณ 3 วินาที

SONY WALKMAN (7)

 

หลังจากลองนำไปใช้งานจริง ก็พบว่าเสียงค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว เบสแน่น เสียงใสกว่าหูฟังทั่วๆไป แต่ปุ่มกดต่างๆอาจจะกดยากไปสักหน่อย แต่เหมียวเข้าใจเอาเองว่ามันอาจจะออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำ เลยต้องให้มันแน่นพอสมควร

 

เมื่อลองบนบกแล้วก็ต้องลงน้ำบ้าง ผลปรากฏว่ามันกันน้ำได้จริงๆ(แหงซิ) แต่พอเปลี่ยนเอียร์บัดเป็นแบบกันน้ำปุ๊บ เสียงจะดรอปลงทันที และเสียงเบสหายไปพอสมควร(อารมณ์เหมือนเสียงจากหูฟังเส้นละ 180 ตามตลาดนัดเลย) ตรงนี้แก้ปัญหาโดยการเร่งเสียงเพิ่มจากปกติอีกนิดนึง และพอลงไปว่ายจริงๆ เสียงก็ถือว่าโอเคอยู่ เพราะในขณะที่เรากำลังจ้วงนั้นคงไม่มีสมาธิมาสนใจรายละเอียดของเสียงเพลงเท่าไหร่

 

เหมียวลองว่ายด้วยความเร็วที่มากขึ้น แต่หูฟังก็ยังคงเกาะแน่นดี แต่อย่าเผลอไปม้วนตัวใต้น้ำหรือกระโดดน้ำแรงๆล่ะ เสี่ยงจะหลุดแน่ๆ แต่หากหูฟังหลุดออกจากหูและมีน้ำไหลเข้าไป ก็อย่าเพิ่งตกใจไป ให้ถอดออกมาเคาะน้ำออกเล็กน้อยแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ เท่านี้ก็ไม่มีปัญหา

SONY WALKMAN (8)

 

Tips สำหรับการใช้งาน

1. เวลาว่ายน้ำ แนะนำว่าควรใส่เป็นเพลงจังหวะเร็วๆหรือเพลงร็อคไปเลย เช่นเพลงที่เหมียวเลือกมาก็จะมี The Yers, Bodyslam, Lomosonic สำหรับเพลงต้องห้ามก็น่าจะเป็นประเภท ลุลา, บอยโก, แคลลอรี่บลาๆ เพราะหากเป็นเพลงช้า มันจะสร้างแรงกระตุ้นได้น้อยกว่า(แต่หากใครชอบสไตล์นั้นก็ไม่ว่ากัน)

2. ตัวเครื่องแน่นหนาพอที่จะเกาะหูของเราไปได้ แม้จะกำลังว่ายน้ำอยู่ก็ตาม แต่อย่าไปกระโดดน้ำ หรือว่ายท่าผีเสื้อเด็ดขาด(หลุดแน่นอน) หากอยากเพิ่มความแน่นหนา ลองเอาสายคาดของแว่นตาว่ายน้ำ มาทับกับเส้นหูฟังดู มันจะทำให้แน่นขึ้นอีกนิดหน่อย

3. ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง หากใส่มันลงไปดำน้ำลึกกว่า 1 เมตร ตัวเครื่องจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 30 นาที จากนั้นชะตาของมันอาจจะสิ้นชีพไป แต่ถ้าใส่เพื่อว่ายน้ำธรรมดาๆก็ใส่ได้เรื่อยๆไม่มีปัญหาอะไร

 

และแล้วก็ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้นะ หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่รักกีฬาว่ายน้ำ แต่น้อยเนื้อต่ำใจเพราะไม่มีเพลงฟังเหมือนอย่างการเข้ายิม วิ่ง หรือปั่นจักรยาน หากใครสนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 2,xxx ใครอยากมีเพลงฟังตอนว่ายน้ำบ้างก็จัดไป

เรียบเรียงโดย Catdumb

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด