กรณีศึกษาเด็กป่วยเป็น “บาดทะยัก” จนเกือบเสียชีวิต แต่พ่อแม่ก็ยังปฏิเสธไม่ให้ลูกฉีดวัคซีน

ในตอนนี้ลัทธิต่อต้านการฉีดวัคซีนกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก เพราะความเชื่อส่วนบุคคลดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก ไม่เพียงลูกหลานของคนที่เชื่อจะเสี่ยงติดโรคที่เคยระบาดในอดีต ทั้งที่สามารถป้องกันได้แล้ว

การไม่ฉีดวัคซีนก็จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่โรคเหล่านั้นจะกลายพันธุ์ ดื้อยา และพัฒนาเชื้อให้ร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม สุดท้ายโรคดังกล่าวก็จะกลับมาระบาดในสังคมอีกครั้ง

 

ทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้เผยกรณีศึกษาหนึ่งที่เกิดขึ้นในรัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2017 มีเด็กชายคนหนึ่งป่วยเป็นบาดทะยัก ซึ่งถือว่าเป็นบาดทะยักในเด็กเคสแรกในรอบ 30 ปีเลยทีเดียว

เด็กชายวัย 6 ขวบคนนี้ออกไปเล่นบริเวณฟาร์มนอกบ้านและเกิดอุบัติเหตุทำให้เด็กชายมีแผลที่หน้าผาก แผลดังกล่าวก็ถูกล้าง เย็บ และปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยครอบครัวของเด็กชายเอง

6 วันต่อมาอาการของเด็กคนดังกล่าวก็แย่ลง กรามของเขาเกร็งแน่น กล้ามเนื้อกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ พ่อกับแม่ของเขาจึงเรียกหน่วยแพทย์ให้มานำตัวลูกชายส่งโรงพยาบาลในทันที

 

 

ระหว่างทางมาโรงพยาบาลเด็กชายยังรู้สึกตัว ได้ขอน้ำดื่มแต่ด้วยอาการแข็งเกร็ง ทำให้เด็กชายไม่สามารถเปิดปากเพื่อดื่มน้ำได้ แม้แต่การหายใจก็มีปัญหา

แพทย์ผู้รักษาเห็นอาการของเด็กน้อยก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเขาป่วยเป็นอะไร มันคือ “โรคบาดทะยัก” นั่นเอง แพทย์จึงได้ใส่เครื่องช่วยหายใจให้ ให้ยาต้านพิษ วัคซีน DTaP ซึ่งจะช่วยเขาจากโรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน และยาฆ่าเชื้อแก่เด็กชายทันที

อาการของเขาแย่มากจนหมอต้องให้ยาที่ทำให้เขาเป็นอัมพาต และเปลี่ยนวิธีช่วยหายใจด้วยการเจาะและสอดท่อทางคอแทน

 

 

ต่อมาเด็กชายต้องอยู่ในห้องฉุกเฉินที่มืดสนิท เสียบที่อุดหู เพื่อให้มีสิ่งกระตุ้นอาการเกร็งให้น้อยที่สุด เพราะการเกร็งขณะป่วยเป็นบาดทะยักนั้นทำให้เจ็บปวดราวกับเป็นตะคริวทั่วร่าง และมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาหากได้ยินเสียง หรือรับแสง

เด็กน้อยนอนติดเตียง ขยับไม่ได้นานนับเดือน จนในที่สุดเด็กชายอาการค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ หมอค่อยๆ ลดยา หยุดเครื่องช่วยหายใจ เขาเริ่มทานอาหารอ่อนได้ด้วยตัวเอง และได้ออกจากห้องฉุกเฉินในวันที่ 47 นับแต่เข้าโรงพยาบาล

วันที่ 50 เด็กชายกลับมาเดินได้โดยมีคนช่วยพยุง และได้ปิดรูช่วยหายใจได้ในที่สุด แต่ยังต้องพักฟื้นต่ออีกระยะ รวมแล้วเด็กชายเข้าโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 เดือนครึ่งกว่าจะได้กลับบ้าน รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 25 ล้านบาท)

 

 

ถึงแม้ว่าจะหายแล้วแต่เด็กชายก็ควรได้รับวัคซีนให้ครบทั้ง 5 เข็มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย เข็มแรกนั้นหมอได้ฉีดให้ในระหว่างการรักษาไปแล้ว ดังนั้นจึงเหลืออีก 4 เข็มที่เด็กชายควรจะได้รับ

ทางทีมแพทย์จึงติดต่อไปหาครอบครัวของเขา แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาจากพ่อและแม่ของเด็กชายคนนี้คือ พวกเขาจะไม่ยอมให้ลูกชายได้รับวัคซีนเพิ่มอีกเด็ดขาด…ไม่ว่าวัคซีนบาดทะยัก หรือวัคซีนตัวอื่นที่จำเป็น

 

ที่มา cdc.gov และ 9GAG

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....