โลกยุคปัจจุบันของเรา เทคโนโลยีถูกพัฒนาไปมากขึ้นทุกวัน ทรัพยากรต่างๆ ถูกนำมาใช้งานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์

โดยเฉพาะเรื่องของ ‘พลังงาน’ ที่นับวันแล้วมนุษย์จะยิ่งต้องการมันมากขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด!!

ด้วยเหตุนี้ประเทศจีนก็เลยวางแผนที่จะ ‘ออกไปเสาะแสวงหาพลังงานจากนอกโลก’ เพื่อนำกลับมาให้บรรดามนุษย์ได้ใช้งาน รวมไปถึงช่วยลดมลพิษที่เกิดบนพื้นโลกอีกด้วย!!

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา สื่อทางการของประเทศจีนรายงานว่าตอนนี้ คณะวิทยาศาสตร์ของจีนกำลังศึกษาหาความเป็นไปได้ที่จะก่อตั้ง ‘สถานีพลังงานแสงอาทิตย์กลางอวกาศ’ กันอยู่!!

 

ภาพจำลองสถานีโซลาร์เซลล์จาก NASA

 

เสีย เกิงซิน รองหัวหน้าสถาบันวิจัยนวัตกรรมร่วมเพื่อบูรณาการพลเรือนและกองทัพ แห่งเมืองฉงฉิ่ง ออกมาให้ข้อมูลว่าตอนนี้ได้ดำเนินการมาถึงขั้นที่นักวิจัยเริ่มลงมือออกแบบโครงสร้างสถานีดังกล่าวแล้ว

จากนั้นก็จะทำการทดสอบมันในเขตปี้ซานต่อไป เพื่อเช็กดูสมรรถภาพตามทฤษฎี และมองดูถึงความเป็นไปได้ว่ามันจะสามารถถูกส่งออกไปนอกอวกาศได้หรือไม่

ซึ่งโครงสร้างดังกล่าวที่จะใช้ทดสอบนั้นจะต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดเกือบ 83 ไร่ และมีงบประมาณราว 100 ล้านหยวน (500 ล้านบาท)

 

 

โดยจะมุ่งเป้าไปที่การสาธิตเทคโนโลยีการส่งผ่านอวกาศ รวมไปถึงการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของคลื่นไมโครเวฟ ที่จะถูกยิงกลับมาสู่โลก ว่าจะมีผลกระทบใดต่อโลกและสิ่งมีชีวิต หรือไม่!?

ระบบการทำงานของเจ้าสถานีอวกาศจำลองแบบคร่าวๆ ก็คือนักวิทยาศาสตร์จะทำการสร้างบอลลูนโยงที่ติดตั้งแผงโซลาร์ขึ้นมา

จากนั้นเมื่อแสงอาทิตย์ส่องมากระทบกับแผงโซลาร์สะสมเป็นพลังงาน ก็จะใช้เครื่องเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้กลายเป็นคลื่นไมโครเวฟ แล้วยิงตรงกลับมายังโลก ซึ่งมีตัวรับสัญญาณอยู่

ขั้นตอนสุดท้ายก็คือแปลงคลื่นไมโครเวฟนั้นให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายเข้าโครงข่ายการไฟฟ้าต่อไป

 

 

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการกำหนดขนาดและน้ำหนักของสถานีพลังงานแสงอาทิตย์กลางอวกาศตัวจริงแต่อย่างใด เพราะการวิจัยยังอยู่แค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามนายเสีย ก็ออกมาให้ข้อมูลว่าขณะนี้ทุกอย่างยังคงเป็นไปได้ด้วยดีและหาดเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ สถานีพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวจะลอยอยู่ที่วงโคจรเหนือพื้นโลกราว 36,000 กิโลเมตร และจะเริ่มผลิตพลังงานในปี 2040 นี้อย่างแน่นอน!!

 

แหม่ เรียกได้ว่าเราเข้าใกล้สู่ยุคของกันดั้มเข้าไปทุกทีแล้วสินะ ฮร่าๆ

 

ที่มา : China Xinhua News, msn

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...