ว่าด้วยเรื่องของ ‘กลิ่นอันไม่พึงประสงค์’ แค่อ่านชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นสิ่งที่ใครก็ตามไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น จนต้องหาวิธีจัดการกันไปต่างๆ นานา แต่สำหรับบางคนดั๊นต้องการให้มีกลิ่นที่ว่านี้บนร่างกายของตัวเองซะได้!?

และคนคนนั้นคือชายชาวจีนนามสมมติว่า หยาง วัย 45 ปี ผู้ไม่เคยทำความสะอาดเท้าของเขาเป็นเวลากว่า 1 เดือน เพราะต้องการใช้กลิ่นเหม็นนั้นกลบกลิ่นยาบ้ากว่าเกือบ 1 กิโลกรัม ที่ลักลอบขนเข้ามาทางเครื่องบินโดยใส่ไว้ในรองเท้า

 

ยาเสพติดที่ถูกซ่อนอยู่ในรองเท้าของหยาง

 

ทั้งนี้ เขาก็หนีไม่พ้นการจับกุมในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมาเพราะปัญหากลิ่นอันไม่พึงประสงค์นั่นเองที่ทำให้ตำรวจรู้เบาะแสถึงยาบ้า

โดยเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติหนานจิง หลูเกา มณฑลเจียงซู ประเทศจีน ตำรวจเล่าว่าเป็นเพราะกลิ่นเท้าของหยางนั้นเหม็นรุนแรงมาก และทุกคนสามารถได้กลิ่นจากระยะประมาณ 10 ฟุต

ช่วงนั้นเองที่หยางต้องผ่านจุดตรวจสอบความปลอดภัยที่สนามบินพอดี แต่เครื่องสแกนก็ตรวจไม่พบความผิดปกติอะไร

 

หยางขณะออกจากจุดตรวจรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน

 

อย่างไรก็ตาม ฝั่งตำรวจก็ได้รับได้รับเบาะแสว่าจะมีผู้ลักลอบขนยาบ้าจากมณฑลยูนนานโดยเครื่องบิน ไปยังมณฑลหนานจิงด้วยเช่นกัน

แผนการกลิ่นกลบยาของเขาเกือบสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้แจ้งตำรวจถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากตัวเขา มันทำให้เขาถูกจับเข้าจนได้

 

หยางในจุดตรวจรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน

 

เขาถูกตำรวจตรวจค้นด้วยการใช้กรรไกรตัดรองเท้าและพบว่าข้างในรองเท้ามียาบ้าจำนวนรวมกว่า 20 ห่อ รวมทั้งหมด 500 กรัม (ประมาณ 17 ออนซ์) ทำให้เขาถูกจับกุมในข้อหามียาเสพติดในครอบครองทันที

หยางกล่าวถึงแผนการอันแยบยลว่าเขาไม่ได้ล้างเท้าเลยเป็นเวลา 1 เดือนก่อนขึ้นเครื่องบิน แถมไม่ใส่ถุงเท้าเลยทุกครั้งที่เขาสวมรองเท้าผ้าใบ นั่นทำให้เกิดกลิ่นเหงื่อเหม็นอับขึ้น จนเขาคิดว่าเท้าของเขาจะรอดพ้นจากการโดนตรวจเพราะกลิ่นนั้น แต่เขาก็คิดผิด

 

ขณะที่หยางถูกเข้าจับกุม

 

สาเหตุที่เขาลักลอบนำยาบ้าเข้าประเทศนั่นเป็นเพราะเขามีหนี้สินจากการเล่นการพนัน และเงินว่าจ้างจากการลักลอบขนยาเข้าประเทศจีนนั้นก็สูงถึง 450 เหรียญสหรัฐ

โดยผู้ว่าจ้างอาสาจะปลดหนี้ให้เขา แต่เขาก็ถูกจับกุมได้ซะก่อน ทั้งนี้ ทางตำรวจก็สามารถขยายผลจับกุมชายผู้ที่จ้างวานหยางให้ลักลอบขนยาบ้าได้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2019 ที่ผ่านมานี่เอง

 

ที่มา: theepochtimes, rt

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...