ทุกๆ ครั้งที่ต้องเดินทางไกลๆ การได้พักอยู่บนรถที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย คงจะเพิ่มความสนุกให้กับการเดินทางไม่น้อยเลยนะว่าไหม??

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาการเดินทางข้ามจังหวัดที่ไม่ใช่การเดินทางด้วยเครื่องบิน ตัวเลือกที่มักจะมาเป็นอันดับหนึ่งก็คือรถทัวร์หรือรถบัสโดยสารขนาดใหญ่

และด้วยเหตุผลทางด้านการเดินทางอันยาวนานหลายชั่วโมง ก็คงจะทำให้ต้องนั่งอยู่ในรถน๊าน นานจนเกิดความอึดอัด

 

 

แต่คงจะดีกว่านี้มากถ้าหากว่ารถบัสสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่ดีกว่านี้ได้ อย่างเช่น Sleep Bus คันนี้แหละ!!

บริษัทสตาร์ทอัพน้องใหม่จากเมืองแคลิฟอร์เนีย ผู้เป็นเจ้าของรถบัสคันดังกล่าว ได้ปฏิวัตการเดินทางไกลด้วยรถบัสสุดหรูคันนี้

พวกเขาจะมอบประสบการณ์ระดับโรงแรม 5 ดาวให้กับคุณระหว่างการเดินทางไกล 650 กิโลเมตรจากเมืองซานฟรานซิสโกไปยังเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งทั้งหมดนั้นมีค่าใช้จ่ายเพียง 4000 บาทเท่านั้น

 

ห้องพักสุดหรูและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในรถที่เตรียมไว้สำหรับผู้โดยสาร

 

รถคันดังกล่าวจะมีเวลาการเดินทางที่แน่นอน โดยจะเริ่มออกเดินทางจากซานฟรานซิสโก หรือ ลอสแอนเจลิส เวลา 5 ทุ่มและจะไปถึงปลายทางในเวลา 7 โมงเช้า

ภายในรถจะมีห้องนอนทั้งสิ้น 24 ห้อง และยังมีห้องโถงสำหรับสังสรรค์ของคุณและเพื่อนๆ นอกจากนี้ในรถยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งอินเตอร์เน็ตไร้สาย และห้องน้ำที่สุดแสนจะทันสมัย

 

 

ห้องนอนจำนวน 24 ห้องที่เตรียมไว้สำหรับบริการลูกค้า

 

เตียงนอน ที่อุดหู และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เตรียมไว้ในที่พัก

 

ระหว่างการเดินทางคุณสามารถกดเรียกพนักงานบริการได้ตลอดเวลา

 

ถึงแม้ว่าลูกค้าสามารถเดินทางจากซานฟรานซิสโกไปยังลอสแอนเจลิส ได้ด้วยสายการบินภายในประเทศราคาถูก แถมยังใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า แต่ทางผู้บริหารยังเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถแข่งขันในตลาดนี้ได้

“การเดินทางด้วยรถบัสของพวกเรานั้น เป็นอีกหนึ่งบริการที่มุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้เร่งรีบในการเดินทาง และต้องการสัมผัสกับความหรูหราแบบโรงแรม 5 ดาวเคลื่อนที่”

 

 

ในส่วนการบริการของโรงแรมนั้น ลูกค้าสามารถเลือกที่จะจ่ายเงินหลังจากใช้บริการได้

 

ในรถบัสเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ลูกค้าต้องการ

 

ตอนนี้พวกเขาได้รับเงินจากการระดมทุนมากกว่า 3.3 ล้านเหรียญแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีเพียงแค่เส้นทางเดียว แต่ในเร็วๆ นี้พวกเขามีแผนจะขยายเส้นทางจากนิวยอร์กไปบอสตันด้วย

 

ที่มา dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...