ในช่วงเวลาที่การใช้งานทาสยังเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายกันอยู่ ถ้าหากว่าทาสมีความรู้มากพอที่จะอ่านหนังสือได้ หนึ่งในหนังสือที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้อ่านได้ก็มักจะเป็นคัมภีร์ไบเบิลนั่นเอง

เอาเข้าจริงๆ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ เพราะนอกจากการเผยแผ่ศาสนาจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว ในคัมภีร์ไบเบิลบทของโยเซฟยังมีการสอนให้ทาสทำตัวให้สมเป็นทาสอีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย

 

 

เพียงแต่ในคัมภีร์ไบเบิลที่เหล่าทาสได้อ่านนั้นอาจจะแตกต่างไปจากคัมภีร์ไบเบิลปกติอยู่บ้าง เพราะในคัมภีร์ไบเบิลของพวกเขา เรื่องราวส่วนมากในพันธสัญญาเดิมกลับหายไป แถมส่วนของพันธสัญญาใหม่เอง ก็มีอยู่ประมาณครึ่งเดียวของที่ควรเป็นอีกด้วย

นี่เป็นคัมภีร์ไบเบิลฉบับที่เรียกกันว่า “ส่วนหนึ่งของไบเบิล สำหรับใช้งานกับทาสชาวนิโกรในหมู่เกาะอังกฤษ – อินเดียตะวันตก”

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนสั่งทำคัมภีร์ไบเบิลรูปแบบนี้เป็นคนแรก แต่เป็นไปได้ว่านี่จะเป็นคัมภีร์ไบเบิลที่ทำขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่เหล่าทาสจะได้รับแรงบันดาลใจในการต่อต้านเจ้านายขึ้นมาจากการอ่านหนังสือ

ดังนั้นเรื่องราวของการปลดปล่อยอย่างการที่โมเสสนำชาวอิสราเอลไปสู่อิสรภาพ จึงถูกนำออกไปจากตัวพระคัมภีร์

 

 

เป็นไปได้ว่านี่อาจจะมาจากความคิดของผู้เผยแผ่ศาสนาในสมัยนั้น ที่ต้องการจะเผยแผ่ศาสนาแต่ก็กลัวว่าเรื่องราวในพระคัมภีร์จะทำให้ทาสเกิดลุกฮือขึ้นมาก็เป็นได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะสอนแต่เรื่องที่ทำให้คนยอมรับความเป็นทาสก็เท่านั้น

คัมภีร์ไบเบิลสำหรับทาสเหล่านี้ถูกพบหลักฐานการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1807 ราวๆ 3 ปี หลังจากการปฏิวัติเฮติ (ซึ่งเป็นการปฏิวัติเพียงครั้งเดียวที่ทาสสามารถเอาชนะเจ้านายชาวยุโรปได้) จบลง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนในช่วงนี้จะกลัวการปฏิวัติของทาสมากขึ้นไปอีก

 

 

แต่ที่แปลกคือนอกจากเรื่องราวเกี่ยวกับทาสแล้ว คัมภีร์ไบเบิลสำหรับทาสยังมีการนำเอาเนื้อความเกี่ยวกับความเท่าเทียมและบทวิวรณ์ (Revelations) ซึ่งพูดถึงโลกใบใหม่กับการลงโทษคนเลวก็ยังถูกเอาออกไปด้วย

นั่นทำให้คัมภีร์ไบเบิลสำหรับทาสนั้น แทบจะเป็นหนังสือที่ดูไร้ซึ่งความหวังโดยสิ้นเชิงเลยก็ว่าได้

 

ที่มา history

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...