เราอาจจะเคยเห็นการโมดิฟายเปลี่ยนร่างกายไปในรูปแบบต่างๆ อย่างการสักนู่นเจาะนี่ แต่รับรองได้เลยว่าไม่น่าจะหาใครเหมือนกับชายคนนี้ได้อีกแล้ว เพราะเขาต้องการจะเปลี่ยนใบหน้าของตัวเองให้เหมือนกับ ‘หัวกะโหลก’!!

 

 

เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วหนุ่มชาวโคลัมเบียวัย 22 ปีชื่อว่า Eric Yeiner Hincapié Ramírez ตื่นลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความคิดที่ว่าเขาอยากจะเดินสายทาง ‘โมดิฟาย’ ร่างกายของตัวเองจนถึงขั้นที่เรียกได้ว่า “ฮาร์ดคอร์”

และเมื่อเร็วๆ มานี้เขาก็ได้ทำตามความคิดที่ว่านี้ด้วยการตัดจมูก เอาใบหูออกพร้อมกับตัดลิ้นให้เป็นสองแฉก เพื่อที่ว่าจะได้มีหน้าตาที่คล้ายกับ ‘หัวกะโหลก’ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้…

 

 

ช่างสักเจ้าของสมญา ‘Kalaca Skull’ คนนี้เล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้ว มันเป็นความหลงใหลมาตั้งแต่วัยเด็กของเขาที่ชื่นชอบรูปหัวกะโหลกเอามากๆ แต่ว่าเขาเพิ่งจะมาได้เปลี่ยนตัวเองในตอนนี้ก็เนื่องมาจากแม่ผู้คัดค้านเรื่องการเปลี่ยนร่างกายของเขามาโดยตลอดได้จากโลกนี้ไปแล้วนั่นเอง

สิ่งที่เขาทำกับร่างกายของเขาในตอนนี้ก็คือการ ตัดจมูกออกครึ่งหนึ่ง เอาใบหูทั้งสองข้างออก สักบริเวณรอบๆ ตาให้เป็นสีเข้ม สักรูปฟันรอบๆ ปากและตัดลิ้นให้เป็นสองแฉกพร้อมๆ กับสักสีน้ำเงิน-เทาลงไปด้วย

 

 

จากการรายงานของสื่อ Dailymail ระบุว่า เขาได้เป็นบุคคลแรกในประเทศโคลัมเบียที่ตั้งใจจะเอาจมูกและใบหูออก การตัดสินใจในครั้งนี้ของเขาจึงได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย รวมถึงนักวิจารณ์ทั้งหลายด้วย

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ออกมาบอกว่านี่เป็นการตัดสินใจของตัวเขาเอง…

“การดัดแปลงร่างกายเป็นเรื่องของการตัดสินใจส่วนบุคคล และไม่ควรได้รับคำตัดสินจากใคร มันเหมือนกับการตัดสินผู้หญิงที่ทำหน้าอกหรือก้นให้ใหญ่ๆ นั่นแหละ” 

“สำหรับผมแล้ว หัวกะโหลกเป็นเหมือนกับน้องสาวผม มันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผม ผมรู้สึกหลงเสน่ห์กับมันเข้าจริงๆ” Eric กล่าว

 

 

การศัลยกรรมครั้งนี้เขาบอกว่ามันเหมือนกับการทำฝันให้กลายเป็นจริง และแม้ว่าจะถูกโจมตีจากสื่อทั้งหลาย แต่เขาก็เล่าว่ายังมีแผนการโมดิฟายส่วนอื่นๆ อีก เพื่อให้เขาดูเป็นหัวกะโหลกที่มีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์ที่สุด

“ผมเป็นแค่คนทั่วๆ ไป ที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากคนส่วนใหญ่เท่านั้น มันเหมือนผมมีความแตกต่างทางด้านความคิด การแต่งกาย ความชอบด้านดนตรี แต่ถึงอย่างไรแล้วผมก็มีความสุขดีกับสิ่งที่ผมเป็น” Eric กล่าวปิดท้าย…

 

ที่มา: ladbible, dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...