โดยปกติแล้วฝาแฝดที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา มักจะมีรูปร่างลักษณะ ท่าทางและรสนิยมที่คล้ายกัน แต่ถ้าพวกเขาถูกจับแยกออกจากกันตั้งแต่ยังเป็นทารกล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?

ในปี 1980 เมื่อ Robert Shafran ได้เข้ามาอยู่ที่วิทยาลัย Sullivan County Community ที่รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เขารู้สึกสับสนและถูกครอบงำด้วยเหล่าผู้คนมากมายที่เขาไม่เคยพบเจอ เข้ามากอดต้อนรับเขากันอย่างอบอุ่น เข้ามาทักทายราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน และเรียกเขาว่า Eddy ความรู้สึกแปลกๆ ของเขาก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อพบกับเพื่อนร่วมห้องชื่อว่า Michael Domitz

 

 

กลายเป็นว่าเพื่อนร่วมห้องคนก่อนของ Michael เมื่อปีที่แล้วนั้นคือ Eddy Galland ชายหนุ่มที่มีรูปร่างเหมือนกับ Robert รวมไปถึงวิธีการเดิน การพูด และลักษณะท่าทางอีกด้วย ราวกับว่าทั้งคู่คัดลอกกันมาแบบสำเนาถูกต้องเลยทีเดียว

หลังจากที่ Michael ได้รู้ว่า Robert มีวันเกิดวันเดียวกับเพื่อนร่วมห้องคนเก่าของเขา และถูกรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมมาเหมือนกัน เขาจึงตัดสินใจพาทั้งคู่มาพบกัน

หลังจากที่ทั้งคู่ได้มาพบกัน Robert และ Eddy ก็ได้รู้ว่าพวกเขาคือพี่น้องคู่แฝดที่ถูกพรากจากกันเมื่อแรกเกิด ทั้งคู่เกิดวันที่ 12 กรกฎาคม 1961ที่เกาะลอง รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และถูกรับเลี้ยงโดยคนละครอบครัว

 

 

เรื่องราวของพวกเขาได้เป็นข่าวในพื้นที่ ทำให้มีจุดหักมุมอีกครั้ง เมื่อเวลาต่อมาไม่นานหลังจากที่ได้เป็นข่าว คู่แฝดคู่นี้ก็ได้มีการติดต่อมาจาก David Kellman จากย่านควีนส์ ซึ่งเขาเองก็มีรูปร่างหน้าตาและลักษณะอื่นๆ เหมือนกับพี่น้องคู่นั้น ทำให้คู่แฝดที่ถูกพลัดพรากตอนแรกเกิดกลายเป็น แฝดสาม

ทั้งสามคนนั้นมีอะไรที่เหมือนกันอย่างมาก ตั้งแต่รสนิยมในการกินอาหาร ไปจนถึงยี่ห้อของบุหรี่ที่สูบ พวกเขาเข้ากันได้ทันทีอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ได้ย้ายมาเรียนและอาศัยอยู่ที่เดียวกัน

 

 

แต่ว่าการกลับมารวมตัวกันอย่างมีความสุขของพวกเขานั้นไม่ใช่จุดจบของเรื่องราวนี้ หลังจากนั้นได้ 2 ปีก็ได้มีจุดหักมุมอีกครั้ง หลังจากที่ได้หาข้อมูล พวกเขาพบว่าการพลัดพรากจากกันเมื่อตอนเด็กนั้นคือการทดลองทางสังคม

เป็นการทดลองอันโหดร้ายของจิตแพทย์คนหนึ่งนามว่า Peter Neubauer ซึ่งเป็นรู้รับผิดชอบในการพลัดพรากคู่แฝดหลายคู่เมื่อแรกเกิด เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและทฤษฎีธรรมชาติปะทะการเลี้ยงดู

 

 

ทั้งทางด้านแพทย์และตัวแทนรับเลี้ยงเด็กก็ไม่ได้ให้ข้อมูลกับทางครอบครัวที่รับเลี้ยงไว้เลยว่าเด็กๆ นั้นมีคู่แฝดหรือแฝดสามที่ถูกแยกออกจากกัน เพียงแต่ให้ข้อมูลว่าเด็กคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลองของ Dr. Neubauer

แฝดทั้งสามนั้นถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดตลอดชีวิตของพวกเขา ปีละครั้งพวกเขาจะต้องไปที่ศูนย์พัฒนาการเด็ก ซึ่งภายหลังได้รวมตัวกับคณะกรรมการชาวยิวเพื่อทดสอบประเมินผล โดยจะมีจิตแพทย์คอยบันทึกผลประเมินดังกล่าว และมีการสัมภาษณ์ทั้งเด็กๆ และครอบครัว

 

 

Claire Kellman แม่บุญธรรมของ David ได้เผยว่าพวกเขารู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างหายไป “ในช่วงแรกๆ David เริ่มที่จะพูดอะไรแปลกๆ ออกมาเมื่อเขาตื่นนอนว่า ‘ผมมีพี่ชาย’ และพวกเรามักพูดคุยถึงเรื่องพี่ชายในจินตนาการเสมอ” เธอกล่าว

เธอบอกว่า “แต่หลังจากนั้น อาการของความวิตกกังวลที่ถูกแยกจากกันในระหว่างเป็นทารกก็เริ่มสมเหตุสมผลขึ้นเมื่อลองมองย้อนกลับไปดูอีกครั้ง”

 

 

หลังจากที่ทางครอบครัวได้รู้ว่าพวกเขาเป็นฝาแฝดกันก็รู้สึกโมโหอย่างมากที่ทางจิตแพทย์ไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้เอาไว้เลย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ Neubauer ทำการทดลองอันแสนโหดร้ายนี้ได้

และเป็นเรื่องที่น่าเศร้า Eddy ก็ได้จบชีวิตของตัวเองลงด้วยอายุ 33 ปี หลังจากที่ทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้า ส่วน Robert และ David ก็กำลังตามหาผู้รับผิดชอบจากคณะกรรมการชาวยิว รวมไปถึงค่าตอบแทนและเผยแพร่เอกสารทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษาพวกเขา

แต่ทางคณะกรรมการชาวยิวก็ได้ออกมาปฏิเสธที่จะเผยแพร่เอกสารและได้ให้ข้อมูลกับสื่อ The Washington Post ว่า “ทางคณะกรรมการไม่ได้มีการรับรองการทดลองของ Dr. Neubauer พวกเราหวังว่าวิดีโอที่ถูกบันทึกไปจะนำมาสร้างประโยชน์ได้ และชาวคณะกรรมการเองก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในการพลัดพรากแฝดทั้งหลายออกจากกัน

 

 

Nany Segal จิตแพทย์ท่านหนึ่งที่กำลังเขียนหนังสือที่มีชื่อว่า พี่น้องโดยบังเอิญ หรือ Accidental Brothers ได้พบกับ Dr. Neubauer ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง เธอบอกว่า “สิ่งที่เสียดแทงจิตใจของฉันมากที่สุดคือเขาไม่ได้รู้สึกผิดเลยกับสิ่งที่เขาทำลงไป เขาบอกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

Segal ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการศึกษาของ Dr. Neubauer ว่าพวกเขาพบยีนส์ที่มีอิทธิพลแพร่กระจายมากกว่าที่พวกเขาคาดไว้ในฝาแฝดที่ถูกแยกออกจากกัน นั่นทำให้พวกเขามีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก

 

คลิปวิดีโอจาก Tim Wardle ผู้กำกับภาพยนต์ชีวประวัติเรื่อง Three Identical Strangers

 

ที่มา Odditycentral

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...