บางครั้งเรื่องราวในอดีตมันก็สามารถส่งผลมาถึงปัจจุบันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่ามันจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม แต่ระบบความทรงจำของมนุษย์เราก็สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งความทรงจำของคนเราก็เป็นธรรมดาที่ต้องมีทั้งเรื่องที่น่าดีใจและน่าเสียใจ แต่คงจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ หากเราได้มีโอกาสย้อนไปในอดีต เหมือนกับคุณย่าคนนี้ที่ได้ฟัง ‘เนื้อเพลง’ ที่ตัวเองแต่งขึ้นมาเมื่อ 30 ปีก่อน และแน่นอนว่าการย้อนอดีตในครั้งนี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่เธอ จนถึงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

 

สองพ่อลูกแห่งไอเดียสุดบรรเจิด

 

เรื่องราวแสนประทับใจเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นที่รัฐอาร์คันซอ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อชายชื่อว่า Robert Smith ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์แม่ของเขาระหว่างการเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมเธอเนื่องในเทศกาลวันคริสต์มาส โดยทั้งนี้เขาได้มีผู้ช่วยสุดพิเศษก็คือ Travis Ryan Smith ลูกชายคนเก่งของเขานั่นเอง

สำหรับของขวัญที่เขาตั้งใจจะนำไปมอบให้กับแม่ของเขาในการกลับบ้านครั้งนี้ ก็คือบทเพลงที่กำเนิดมาจาก ‘เนื้อเพลง’ ที่คุณแม่ของเขาได้แต่งทิ้งเอาไว้เมื่อประมาณ 30 ปีก่อนนั่นเอง

 

ผู้ทำให้ฝันของหญิงชรากลายเป็นจริง

 

ซึ่งที่มาของไอเดียนี้ Robert ได้อธิบายว่า ด้วยความที่ Travis ลูกชายของเขามักจะชอบเล่นดนตรีและอัดเพลงที่ตัวเองแต่งอยู่เป็นประจำ ทำให้เขาเกิดความคิดที่จะนำเนื้อเพลงของแม่เขามาให้ลูกชายเรียบเรียงใหม่ จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นบทเพลงที่พร้อมมอบให้กับแม่ของเขาในที่สุด

“แม่ของผมเขียนเพลงนี้พร้อมทั้งตั้งชื่อเอาไว้ว่า “ปลาจากท้องฟ้า” และได้บันทึกใส่เทปเอาไว้เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว โดยเมื่อปีที่แล้ว Travis กับผมได้มีโอกาสได้ฟัง นั่นจึงทำให้เกิดไอเดียนี้ขึ้นมานี่เอง” Robert กล่าว

เมื่อทันทีที่แม่ของเขาได้ยินโน๊ตตัวแรกของเพลง ก็ปรากฏว่าเธอสามารถจดจำเพลงนี้ได้ในทันที ซึ่งเสียงร้องในเพลงที่เธอแต่งนั้นก็เป็นเสียงของหลานชายคนเก่งของเธอนั่นเอง และเพลงแห่งความทรงจำนี้ก็ทำให้เธอถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความปลื้มปีติเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

 

เอ๊ะ นี่มันเพลงอะไรกันเนี่ย

 

“ย่าของผมเขียนเพลงนี้เอาไว้ และเธอเพียงต้องการแค่ใครสักคนที่จะมาเป็นคนร้องให้ และในตอนนี้เหมือนกับว่าเธอได้ถูกเติมเต็มส่วนที่หายไปเมื่อ 30 ปีก่อนแล้ว” Travis กล่าว

 

ไม่น่าเชื่อจริงๆ นี่มันเพลงของฉันนี่นา

 

วินาทีที่หญิงชราได้ฟังบทเพลงของเธออีกครั้งหนึ่ง

 

ที่มา: inspiremore

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...