การแต่งงานเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะกับสาวๆ เพราะมันคือวันสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวรักและพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป

ซึ่งงานแต่งงานคือความปรารถนาอย่างหนึ่งของเธอคนนี้ แม้ว่าตนเองกำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไม่เกิน 18 เดือนเท่านั้นก็ตาม

หญิงสาวช่างเสริมสวยคนนี้มีชื่อว่า Martine Kilminister เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะที่ 4 ทำให้สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เพียง 6 – 18 เดือนเท่านั้น

 

Martine ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกสันหลังระยะที่ 4

 

สาววัย 28 ปีผู้อาศัยอยู่ในเมืองแบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เธอบอกว่าเริ่มรู้สึกมีอาการเจ็บหลังตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2017 ที่ผ่านมาจึงเข้าปรึกษาแพทย์ ตอนนั้นหมอบอกว่าเธออายุยังน้อย ไม่ต้องกังวลอะไร

ตัวเธอเองคิดว่าเธออาจมีความผิดปกติที่ระบบประสาท ผ่านไปไม่นานเธอก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหวจึงกลับไปหาหมออีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม และเธอได้ถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกสันหลังระยะที่ 4

 

ภาพของเธอก่อนที่จะเป็นอัมพาต จนทำให้ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง

 

บริเวณไขสันหลังของเธอมีก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่กดทับเอาไว้ นั่นจึงทำให้หลังการถูกวินิจฉัยเพียง 4 สัปดาห์ ร่างกายของเธอตั้งแต่เอวลงไปกลายเป็นอัมพาต และไม่สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้นคือหมอบอกว่าเธอสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เพียงแค่ 6 – 18 เดือน ข่าวร้ายที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนนี้ทำให้เธอและแฟนหนุ่ม Christopher รู้สึกช็อคและเสียใจเป็นอย่างมาก

ทั้งสองจึงตัดสินใจที่จะจัดงานแต่งงานขึ้นมาในทันที เพราะแม้ว่าเขาและเธอจะอยู่ด้วยกันมานานถึง 12 ปีและมีลูกด้วยกันถึง 2 คนแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยจัดงานแต่งกันเลยซักครั้ง

 

เธอและ Christopher ชายหนุ่มอันเป็นที่รัก

 

พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ 1 เดือนในการวางแผนจัดงานแต่งออกมาให้สมบูรณ์มากที่สุด และจัดงานขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม

ภายในงานทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่นและน่าประทับใจ โดยเจ้าบ่าว Christopher ได้เตรียมเซอร์ไพรส์พิเศษให้ว่าที่ภรรยาของเขา

 

การแต่งงานที่จัดขึ้น จากการวางแผนเพียงแค่ 1 เดือน

 

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ ในตอนที่ทั้งสองต้องเต้นรำด้วยกัน ชายหนุ่มอุ้มเธอขึ้นจากรถวีลแชร์มาไว้ในอ้อมแขนและเต้นรำไปพร้อมๆ กับเธอ สร้างรอยยิ้มและหยดน้ำตาจากแขกทุกคน

Martine บอกว่า “ตอนนั้นฉันตกใจมากและไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะทำแบบนี้ แม้ว่าฉันจะเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แต่ในวันนั้นเราทั้งสองก็ได้ทำให้งานแต่งของเราเป็นวันที่พิเศษที่สุดในชีวิต การเต้นรำครั้งแรกของเราที่น่าจดจำจนทำให้ฉันลืมเรื่องโรคร้ายที่กำลังเป็นอยู่เลย”

 

ด้วยความพยายามและความรัก ทำให้วันนี้ได้กลายเป็นวันที่น่าจดจำของพวกเขา แม้ว่าเจ้าสาวต้องนั่งอยู่บนวีลแชร์ก็ตาม

 

ในช่วงสุดท้ายของชีวิต การสร้างความทรงจำอันแสนวิเศษคือสิ่งที่เธอต้องการทำ

 

หลังจากการแต่งงานในครั้งนี้ เธอตั้งใจวางแผนที่จะไปฮันนีมูนกับสามีและลูกๆ เธอ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เธอต้องการสร้างความทรงจำสุดท้ายเอาไว้กับคนที่เธอรัก และหลังจากนี้หญิงสาวต้องเข้ารับการทำคีโมเพื่อยื้อชีวิตของตัวเองให้ได้มากที่สุด

 

 

เรื่องนี้หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน ในการลุกขึ้นมาทำความต้องการของตัวเอง แม้ชีวิตของเราอาจจะสั้นแต่ก็ไม่มีอะไรที่มันสายเกินไปหรอกนะ

 

ที่มา: dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...