ยุคนี้คือยุคที่เราอาจไม่ต้องเดินทางไปซื้อของกันตามห้างด้วยตัวเอง หากแต่สามารถสั่งซื้อผ่านโลกออนไลน์ หรือผ่าน “แอปฯ ชอปปิง” ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงนิ้วสัมผัส รอของมาส่ง จ่ายเงินปลายทาง จอบอ.

แม้มันจะดูสะดวกสบายมากแค่ไหน แต่พอพูดถึงเรื่องของความปลอดภัยใน “ข้อมูลส่วนตัว” แล้วล่ะก็ มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนความคิดของเราจนไม่อยากใช้แอปฯ ซื้อของกันอีกเลยก็ได้นะ

 

เรากำลังพูดถึงประสบการณ์จากผู้ใช้เว็บไซต์ พันทิป รายหนึ่ง หลังจากที่เธอพบว่าตนเองสามารถรับรู้ข้อมูลส่วนตัวของคนรอบข้างได้ผ่าน “แอปฯ ซื้อของชื่อดัง” โดยใช้แค่ “เบอร์โทรศัพท์” เท่านั้นเอง..?!

 

 

เธออธิบายว่าได้ลองกดหัวข้อ “ค้นหาจากรายชื่อผู้ติดต่อ” ในแทป “ติดตาม” แล้วแอปฯ ก็ถามว่าจะยินยอมให้เข้าถึงสมุดโทรศัพท์ได้หรือไม่? เธอก็ลองกดตกลงดู

 

 

เพียงเท่านั้น เธอก็ได้รู้ความลับบางอย่างของคนรอบข้าง!!

ทางแอปฯ ก็ทำการเชื่อมโยงระหว่าง “เบอร์ในสมุดโทรศัพท์” ของเธอ และ “เบอร์ที่กรอกไว้ในฐานข้อมูล” ก่อนหน้านี้ ทำให้เธอสามารถรับรู้ได้ว่าคนรอบข้างที่เธอมีเบอร์อยู่นั้น พวกเขาใช้ “ชื่อยูสเซอร์” ว่าอะไรในแอปฯ

นั่นหมายความว่าต่อให้เราใช้ “ชื่อปลอม” เพื่อทำการซื้อของผ่านแอปฯ นี้ แต่คนรอบข้างก็สามารถรู้ได้ว่าเราใช้ชื่อปลอมว่าอะไร ขอเพียงแค่มีเบอร์โทรศัพท์ของเราก็เกินพอ

 

 

สำหรับเธอนั้น แค่การรู้ชื่อปลอมของกันและกันก็ไม่โอเคแล้ว (เพราะถึงยังไงเธอก็มองว่ามันคือ “ข้อมูลส่วนตัว”) แต่นี่กลับสามารถรู้ได้อีกว่า เพื่อนเราคนนั้น “ติดตามร้านค้าไหนบ้าง”… !!

 

 

ตรงจุดนี้เองที่ทำให้เธอพบว่า “เจ้านาย” ของตัวเองกำลังกดติดตาม “ร้านขายชุดนอนไม่ได้นอน” จำนวนมาก รวมถึง “ร้านขายเซรั่มปลูกผม” ก็ด้วย

เธอบอกอย่างชัดเจนเลยว่าตนเองไม่ได้ต้องการรู้เรื่องเหล่านั้นเลย และมองว่ามันคือสิ่งที่ทางแอปฯ ไม่ควรนำออกมาแสดงให้คนอื่นเห็นแบบนี้

 

 

ไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะเรายังสามารถเห็นในส่วนที่ “ร้านค้าเข้ามารีวิวตอบกลับ” เพื่อนของเราได้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็อาจแค่เข้ามาบอกว่า “ขอบคุณที่อุดหนุนค่ะ”

 

 

แต่บางร้านก็อาจพูดถึงสินค้าที่เพื่อนเราซื้อไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น “ขอบคุณที่ใช้บริการ ขอให้มีความสุขกับไข่สั่นของทางร้านนะคะ” ถ้ามีร้านตอบรีวิวเพื่อนเรามาแบบนี้ เราก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเขาซื้ออะไรไป…

 

 

หรือถ้าเพื่อนเรา “เปิดร้านขายของ” เราก็จะดูได้ว่าร้านของเขาขายอะไร ขายดีหรือไม่ รีวิวเป็นยังไงบ้าง ซึ่งตรงนี้เธอก็มองว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

 

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าของกระทู้ก็ได้พูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเอาไว้ด้วย โดยเธอบอกว่าเราสามารถเข้าไปตั้งค่า “ความเป็นส่วนตัว” ได้เอง ซึ่งใน “ค่าพื้นฐาน” แรกสุดนั้นจะไม่ได้ทำการเปิดเอาไว้

พูดง่ายๆ คือหากเราไม่ตั้งค่าด้วยตัวเอง คนรอบข้างของเราก็จะสามารถรับรู้ข้อมูลส่วนตัวอย่างที่บอกมาข้างต้นได้ผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ เราจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าไปตั้งค่าตามคำแนะนำของเธอเพื่อ “ซ่อนข้อมูลส่วนตัว” เอาไว้

 

 

หญิงสาวเจ้าของกระทู้มองว่าเรื่องของ “ข้อมูลส่วนตัว” ในลักษณะนี้ มันแทบไม่ต่างกับการ “สมัครบัตรสมาชิก” ใส่ข้อมูลลงไป จากนั้นทางร้านก็เอาข้อมูล สิ่งที่เราสนใจซื้อไปบอกกับเพื่อนที่มีเบอร์โทรของเราเลย

 

 

แถมตอนท้ายอีกเล็กน้อย

สำหรับใครที่อยาก “ลบแอปฯ” ทิ้งซะตอนนี้ เธอก็แนะนำว่าให้ทำการ “ลบบัญชีผู้ใช้” ของเราออกเสียก่อน ไม่อย่างนั้นข้อมูลทุกอย่างจะยังคงไม่หายไปไหน และถูกตั้งค่าไว้เป็น “สาธารณะ”

หากใครคิดว่าอาจจะกลับมาใช้แอปฯ นี้อีก ก็อย่าลืมตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเอาไว้ ส่วนใครคิดว่าพอกันที ก็สามารถเข้าไปลบบัญชีผู้ใช้ได้ที่ แทป ฉัน > ตั้งค่าบัญชี > คำขอลบบัญชีผู้ใช้

 

 

ที่มา: เกริด้า

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...