แต่ละวัฒนธรรมก็จะมี จารีต ที่แตกต่างกันออกไป การกระทำบางอย่างอาจถูกต้องในวัฒนธรรมหนึ่ง แต่ในอีกวัฒนธรรมหนึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งผิด จนต้องถูกลงโทษก็เป็นได้

อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อหญิงชายคู่หนึ่งถูกชาวบ้านราดด้วย น้ำเน่าเสีย ในท่อระบายน้ำ เป็นการลงโทษที่ทั้งคู่ มีเพศสัมพันธ์ กันโดยมิได้เป็นสามีภรรยาหรือไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานนั่นเอง

 

คลิปเหตุการณ์ ชายหญิงถูกราดด้วยน้ำเน่า

 

วิดีโอนี้ถูกถ่ายมาจากเมืองลังซา จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้คนต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของ กฎชะรีอะฮ์ หรือกฎหมายศาสนาของอิสลาม

ชายที่ถูกน้ำเน่าราดในวิดีโอ เผยชื่อมาเพียง TSF ถูกชาวบ้านรุมล้อมและใช้ถังตักน้ำเน่าเสียในท่อระบายน้ำขึ้นมาราดรดลงบนตัว ชายคนนี้พยายามจะหนี แต่ก็ถูกชาวบ้านไล่กลับให้ไปนั่งรับบทลงโทษต่อ

 

ราดด้วยน้ำเสีย

 

ตักน้ำเน่าจากท่อระบายน้ำโดยตรง

 

แล้วราดลงไปบนร่างผู้กระทำผิด

 

จากนั้น หญิงอีกรายที่สวมชุดฮิญาบก็ถูกเรียกให้เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งก็ถูกเผยเป็นชื่อย่อว่า DK ในวัย 30 ปี เธอถูกสั่งให้มานั่งอยู่ข้างๆ TSF แล้วเธอก็ถูกราดด้วยน้ำเน่าเสียจากท่อระบายน้ำเช่นเดียวกัน

สื่อในท้องที่รายงานว่า DK ถูกกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์กับ TSF ผู้ที่เป็นหัวหน้างานของเธอและยังเป็นประธานคณะกรรมการวางแผนพัฒนาส่วนภูมิภาคอีกด้วย

 

DK ก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกับ TSF

 

ทั้งนี้ Ibrahim Latif ตัวแทนศาสนาอิสลามในท้องถิ่น กล่าวว่าได้แอบสังเกตพฤติกรรมของทั้งคู่มาเป็นเวลานานแล้ว จนกระทั่งมีการถามไถ่ทั้งคู่ถึงเรื่องนี้ เมื่อทั้งคู่ตอบไม่ตรงกันชาวบ้านจึงจับได้ว่าสองคนนี้แอบประพฤติผิดประเวณีอย่างแน่นอน

“การมีเพศสัมพันธ์หลังแต่งงานกลายเป็นบรรทัดฐานของหมู่บ้านนี้ไปแล้ว” Latif กล่าว

 

ผู้ที่ประพฤติตนผิดจารีตจะต้องถูกสังคมลงโทษ

 

ก่อนหน้านี้ TSF ได้มีการแสดงทะเบียนสมรสของเขากับ DK ให้ชาวบ้านดู เพื่อยืนยันสถานะการเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้อง แต่ชาวบ้านกลับไม่เชื่อ พาทั้งคู่ไปดำเนินเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าว

ผลสุดท้ายปรากฏว่าทะเบียนสมรสดังกล่าวถูกทำขึ้นมาเป็นฉบับปลอม ซึ่งหากว่าตามกฎของศาสนาแล้ว มีความผิดพอที่จะถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีหรือการโบยเลยทีเดียว

 

ที่มา: thesun และ dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...