เรื่องราวคดีความที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดของ Alexei Novikov ในเดือนกันยายนปี 2015 ชายวัย 34 ปีผู้นี้ กำลังจะออกเดินทางไปพบกับภรรยาและลูกสาวของเขาในเมืองซามารา ประเทศรัสเซีย ด้วยการขับรถยนต์ผ่านเส้นทางลัดตัดเข้าชายแดนคาซัคสถาน

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างเดินทางเขาจึงเลือกผ่านด่าน Isikul Road จนกระทั่งมาถึงด่านตรวจ เขาถามเจ้าหน้าที่ว่าสามารถเดินข้ามชายแดนได้หรือไม่

แต่ก่อนที่จะได้รับคำตอบ เขาถูกบังคับให้แสดงสิ่งของในเป้สะพายเพื่อตรวจสอบ และการดิ่งลงเหวของเขาก็เริ่มขึ้น…

 

Alexei Novikov

 

ในระหว่างการตรวจค้นกระเป๋า เจ้าหน้าที่ชายแดนพบกับถุงพลาสติกเขียนกำกับไว้ว่า Diabetisan ประกอบไปด้วยใบของพืชอบแห้งหลายชนิด Alexei พยายามอธิบายว่ามันเป็นชื่อของผลิตภัณฑ์ใบชา

 

 

อันเป็นใบชาจากธรรมชาติ สำหรับดื่มป้องกันและลดอาการของโรคเบาหวาน บนถุงได้ระบุคำอธิบายไว้เป็นภาษาสเปนอ่านได้ใจความว่า ‘สมุนไพร 6 ชนิดใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน’

นอกจากอธิบายแล้ว เขายังชักชวนให้เจ้าหน้าที่ลองต้มและชิมด้วยตัวเอง แต่ข้อเสนอกลับถูกปฏิเสธและเรียกสุนัขดมกลิ่นมาตรวจสอบแทน…

 

 

ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมเขียนรายงานตามนั้น กลับเขียน “พบสารสีเขียวเข้ม มีกลิ่นลักษณะคล้ายกับชามิ้นท์” ลงไปแทน และถุงชานั้นก็ถูกยึดไปทันที

แม้ว่าเขาจะพยายามอธิบายถึงความสำคัญ ของชาที่นำเข้ามาจากเปรูเพื่อใช้เป็นยารักษา กลับไม่มีใครสนใจสักคนเดียว แต่ก็ดันปล่อยตัวให้เขาข้ามชายแดนไป

 

 

ภายหลังจากการเดินทางข้ามชายแดนมา 3 เดือน Alexei Novikov ถูกทางการรัสเซียตั้งหมายจับ และในวันที่ 29 มกราคม 2016 เขาถูกจับกุมในข้อหาครอบครองสารเสพติดและลักลอบขนยาเสพติดข้ามประเทศ

เขาถูกนำตัวไปกักขังในคุกระดับสูง ตั้งอยู่ห่างจากบ้านของเขาไป 800 กิโลเมตร และในเดือนพฤศจิกายน 2016 เขาถูกตัดสินมีความผิด รับโทษจำคุก 10 ปีกับอีก 1 เดือน

 

 

ทางด้าน Andrei Vlasov ทนายความของ Alexei พยายามพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมของรัสเซียนั้น อัปยศอดสูมากขนาดไหน และอ้างว่ามีหลักฐานมากพอที่จะแสดงให้เห็นว่า โจทก์ผู้ยื่นฟ้องใช้พยานหลักฐานเท็จในศาล

อย่างเช่น แท็กปิดถุงชาที่ลูกความของเขาใช้ ไม่ใช่ชิ้นที่ถูกนำไปยื่นในชั้นศาล ซึ่งจากในตอนแรกจะมีลายเซ็นของเจ้าหน้าที่อาวุโสจากด่านข้ามแดนเซ็นกำกับเอาไว้ แต่ชิ้นที่ถูกนำมาตรวจสอบในชั้นศาลกลับเป็นลายเซ็นเจ้าหน้าที่คนอื่น

 

.

 

นอกจากนี้ ถุงชาที่ถูกนำมาประกอบในชั้นศาลไม่มีคำอธิบายผลิตภัณฑ์เป็นภาษาสเปนด้วย และรายงานที่เขียนโดยเจ้าหน้าที่ด่านผู้ตรวจสอบกระเป๋าของ Alexei ในบรรทัดที่เขียนถึงสารสีเขียวเข้มกลิ่นมิ้นท์ ถูกแทนที่ด้วย “สารสีน้ำตาลที่มีกลิ่นรุนแรง”

 

เอกสารที่ใช้ประกอบในชั้นศาล ถูกปลอมแปลง สร้างเป็นหลักฐานเท็จ

 

ทนายชี้ให้เห็นว่านาย Beloborodov ผู้พิพากษาผู้ตัดสินคดีนี้ ไม่ได้พิจารณาหลักฐานทั้งหมด ไม่ได้ทำการพิสูจน์หลักฐานก่อนนำมาตัดสินคดี แถมยังมีผลรายงานเท็จ เกี่ยวกับการตรวจสอบใบชา ที่เขียนกำกับผลเป็นบวกชี้ชัดว่าเป็นกัญชาสังเคราะห์อีก

 

 

แม้ทนายจะพยายามต่อสู้มากแค่ไหน แต่ชะตาชีวิตของ Alexei ก็ถูกตัดสินให้จองจำอยู่ในคุกนานถึง 10 ปีไปแล้ว เธอพยายามยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูง และเพิ่มเติมพยานหลักฐานพิสูจน์หลักฐานเท็จของโจทย์ผู้ยื่นฟ้องนาย Alexei พร้อมกับรายงานผลสารเสพติดจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

 

 

ทั้งนี้ในรายงานการตรวจสอบสารเสพติดดังกล่าว ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม กราฟ หรือแหล่งอ้างอิงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ทั้งที่กฎหมายจากรัฐบาลกำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญสรุปผลโดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สามารถทดสอบซ้ำ และตรวจสอบได้มาประกอบรายงาน

 

 

ในเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา กลุ่มทนายความของนาย Alexei สามารถยื่นให้เกิดการรื้อฟื้นเพื่อพิจารณาคดีความใหม่ พร้อมกับคณะผู้พิพากษาชุดใหม่

โดยยกเลิกโทษครอบครองสารเสพติดออกไป แต่ยังคงข้อหาลักลอบขนยาเสพติดข้ามประเทศ และยังไม่มีการลดโทษใดๆ เกิดขึ้น กับการถูกจำคุก 10 ปี กับอีก 1 เดือน

 

 

อย่างไรก็ตาม คดีของนาย Alexei Novikov ก็ได้กลายมาเป็นเรื่องสำคัญของทางกลุ่มสิทธิมนุษยชนในรัสเซีย ซึ่งได้ร่วมกันขอยกเลิกคดีความดังกล่าว และยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลฎีกาสหพันธรัฐรัสเซียให้พิจารณาต่อไป

 

ที่มา: om1, novayareg, svoboda, odditycentral

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...