เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 11.00 น. ด.ญ.ภัทราพร หรือน้องเนิร์ต วัย 11 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.5 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้เข้าเรียนวิชาพละศึกษา แล้วมีเด็กนักเรียนชายในห้องเล่นกันขณะที่ครูกำลังสอน ครูจึงสั่งทำโทษนักเรียนทั้งห้องโดยการสั่งให้วิ่งรอบสนาม 4 รอบ

น้องเนิร์ตจึงต้องวิ่งไป และเธอก็ล้มลง จนเพื่อนๆ ต้องช่วยกันนำตัวส่งห้องพยาบาล ในเบื้องต้นครูพยาบาลก็เช็ดตัวให้ ขณะนั้นน้องเนิร์ตยังพอรู้สึกตัวและสามารถลุกมากดน้ำเองได้แต่ก็กลับล้มฟุบลงไปอีก

จนสุดท้ายทางโรงเรียนต้องติดต่อกลับไปหาผู้ปกครองให้มารับน้องเนิร์ตกลับบ้านเพราะเห็นว่าไม่สบายและตัวร้อน เมื่อพ่อและยายมาถึงก็พบว่าน้องเนิร์ตนอนตัวสั่น หายใจแรง และบอกว่ารู้สึกร้อนภายในตัวมาก จากนั้นพ่อและยายจึงรีบนำตัวน้องเนิร์ตส่งโรงพยาบาลตากสิน

 

 

ขณะเดินทางไปโรงพยาบาลน้องเนิร์ตมีอาการคลื่นไส้อาเจียน พูดไม่รู้เรื่อง เกร็งกล้ามเนื้อ และก็หมดสติไป เมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์ได้แจ้งว่า น้องเนิร์ตได้ “เสียชีวิต” ตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ทางคุณพ่อจึงเข้าไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และขอนำศพน้องเนิร์ตเข้ารับการชันสูตรที่ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งต้องรอผล 45 วัน

หลังจากนั้นมีการติดต่อเข้ามาจากครูพยาบาลเพื่อสอบถามอาการของน้องเนิร์ต คุณยายจึงได้แจ้งครูพยาบาลไปว่าน้องเนิร์ตเสียชีวิตแล้ว จากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อมาอีก

และเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 พ่อของน้องเนิร์ตก็ได้เข้าพบผู้อำนวยการของโรงเรียน แต่กลับได้รับคำตอบว่าผู้อำนวยการไม่รับทราบเรื่องนี้เลย จากนั้นผู้อำนวยการและคณาจารย์จึงได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพงานศพของน้องเนิร์ตในคืนที่ 3 พร้อมเงินช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนหนึ่ง

 

 

ทาง นายณัฐพล วัชรมณเฑียร ฝ่ายพ่อจึงได้เข้าร้องทุกข์กับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561

เนื่องจากนายณัฐพลรู้สึกข้องใจใน 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ ทำไมทางโรงเรียนไม่แจ้งผู้ปกครองตั้งแต่น้องเนิร์ตเป็นลม ราว 11.00 น. แต่กลับปล่อยเวลาผ่านไปร่วม 4 ชั่วโมง กับประเด็นที่สองก็คือ ทำไมไม่มีผู้อำนวยการหรือแม้แต่ครูมาดูอาการบุตรสาวของตนเลย ขณะที่เธอมีอาการป่วย

นางปวีณา หงสกุล จึงได้ประสานงานกับทาง พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของการเสียชีวิต และหาความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของน้องเนิร์ตต่อไป

ในขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Drama-addict ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ว่า “อ่านเนื้อข่าวแล้ว อาการเข้ากับ ฮีทสโตรค หรือลมแดด นะ อาการค่อนข้างชัดเจนมาก การจะสั่งให้เด็กวิ่งรอบสนามไรเนี่ย ต้องดูสภาพอากาศ และสภาพร่างกายของเด็กด้วยนะ”

 

 

และเสนอเพิ่มเติมอีกว่า “ถ้าไม่มีการสอนคนที่เป็นครูเรื่องเวชศาสตร์การกีฬาการออกกำลังกายที่ถูกต้องและปลอดภัย และให้เลิกสั่งลงโทษด้วยการออกกำลังกายแบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ หรือเกินกำลังเด็กจะรับไหว พาดหัวข่าวแบบนี้คนต่อไป อาจเป็นลูกคุณ”

 

 

เหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเกิดจากการลงโทษที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์จนทำให้เกิดเรื่องสะเทือนใจในสังคม และทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิต

 

ที่มา: Kapook และ Drama-addict

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...