ข่าวคราวที่น่าเป็นห่วงในต่างประเทศช่วงนี้ กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก สำหรับแนวคิดไม่รับหรือต่อต้านการฉีดวัคซีน จนกลายเป็นบ่อเกิดของการแพร่โรคระบาดในมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง

ซึ่งนอกจากพ่อแม่ของเด็กแล้ว แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองต่างประเทศบางส่วน กลับเห็นดีกับการปฏิเสธรับวัคซีนต่างๆ

 

ภาพประกอบเนื้อหา

 

โดยล่าสุดนี้ ภายในรัฐนิวยอร์กย่านชานเมืองเคาน์ตี Rockland ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งห้ามไม่ให้เด็กที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ออกมาสู่พื้นที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน, ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น แต่ในส่วนของสนามเด็กเล่นนั้นได้รับการยกเว้น

 

 

เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมานั้น โรคหัดกลับมาแพร่ระบาดครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีในเขตพื้นที่รัฐนิวยอร์ก โดยการประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งนี้ เป็นการพยายามควบคุมโรคและควบคุมการแพร่ระบาด

โดยทางการประกาศเมื่อวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2019 มีผลบังคับใช้ 30 วัน หรือจนกว่าเด็กจะได้รับการฉีดวัคซีน MMR ป้องกันโรคทั้งสามชนิด (โรคหัด หัดเยอรมัน และโรคคางทูม)

 

 

การประกาศภาวะฉุกเฉินของเคาน์ตี Rockland นั้นประเมินสถานการณ์มาจากการแพร่ระบาดของโรคหัด ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย อิลินอยส์ เท็กซัส และวอชิงตัน อันเป็นพื้นที่ที่มีการฟื้นตัวของเชื้อโรคในระดับโลก

ภายในพื้นที่เคาน์ตี Rockland เพียงพื้นที่เดียวมีรายงาน ผู้ติดเชื้อโรคหัดมากถึง 153 รายแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

 

 

“พวกเราจะไม่นิ่งนอนใจ ในขณะที่ที่เด็กในชุมชนของเรากำลังตกอยู่ในความเสี่ยง นี่เป็นวิกฤตทางสาธารณสุข และมันถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องส่งสัญญาณเตือน” ผู้บริหารเคาน์ตี Ed Day กล่าวผ่านถ้อยคำแถลง

 

 

การประกาศแบนมีผลเริ่มตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนของวันที่ประกาศ โดยจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2018 มาจากนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนประเทศอิสราเอล และเดินทางกลับมาพำนักในย่านชาวยิวออร์โธดอกซ์ของเคาน์ตี Rockland

 

ภาพประกอบเนื้อหา

 

เช่นเดียวกันในช่วงเดือนตุลาคม 2018 มีรายงานว่าพบผู้เป็นโรคหัดอย่างน้อย 181 ราย ในย่าน Brooklyn และ Queens เขตการปกครองของนครนิวยอร์ก และส่วนใหญ่เป็นชาวยิวออร์โธดอกซ์

 

ที่มา: abc7ny, theguardian, reuters, buzzfeednews, sciencealert, theverge, thecut

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...