‘ผู้รอดชีวิตจากเหตุก่อการร้าย’ หลายคนอาจจะมองว่าพวกเขาโชคดี แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย…

เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของ Sydney Aiello สาววัย 19 ปี ผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงในโรงเรียน Marjory Stoneman Douglas High School ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

 

 

มีผู้ก่อการร้ายพกพาอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียนและยิงกราดจนมีผู้เสียชีวิตมากมาย และหนึ่งในนั้นก็มี ‘เพื่อนสนิท’ ของ Sydney อยู่ด้วย ชื่อว่า Meadow Pollack

แม้วันเวลาจะผ่านมาแล้ว 1 ปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของ Sydney จะพร้อมเริ่มต้นใหม่ และผ่านเรื่องราวร้ายๆ ไปได้

เธอยังคงจมอยู่กับความกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความเศร้าที่สูญเสียเพื่อนสนิทไป จนเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นในที่สุด

 

เจ้าหน้าที่ช่วยเด็กๆ ออกมาจากโรงเรียน

 

จากรายงานของสำนักข่าว CBS Miami ระบุว่า คุณแม่ของ Sydney ชื่อว่า Cara ได้ออกมาเปิดเผยว่าลูกสาวของตนเสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการ ‘ฆ่าตัวตาย’

คุณแม่ Cara เล่าว่าลูกสาวของตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นระยะเวลายาวนานหลังจากเกิดเหตุกราดยิง ต้องแบกรับความรู้สึกผิดที่ตัวเองกลายเป็นผู้รอดชีวิต จนเป็นเหตุให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

“เธอไม่เคยขอความช่วยเหลืออะไรเลยก่อนที่เธอจะเสียชีวิต มันไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอกเลยแม้แต่น้อย เราไม่เคยรู้เลยว่าเธอยังคงจมอยู่กับเรื่องราวอันแสนโหดร้าย ณ ตอนนั้น ขณะที่เพื่อนๆ ของเธอไม่รอด มีแต่เธอที่รอดชีวิตมาได้”

“ในทุกๆ วันเธอดูเหมือนมีความสุข หันมาสนใจเรื่องของโยคะ หันมาทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นอย่างการเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาล ใช้ชีวิตในทุกๆ วันเหมือนคนปกติธรรมดา”

 

Sydney และ Meadow เพื่อนสนิท

 

“จนในที่สุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2019 Sydney ก็ตัดสินใจจากโลกนี้ไป ฉันหวังว่าตอนนี้เธอคงจะกลายเป็นนางฟ้าและคอยปกป้องผู้อื่นอยู่ที่ไหนสักแห่ง”

“เราจะคิดเธอเสมอนะ Sydney ลูกรัก แม่รักลูกมาก ขอให้ลูกหลับอย่างสงบในอ้อมแขนของพระเจ้านะ” คุณแม่เล่าเสริม

จากความสูญเสียในครั้งนี้คุณแม่ Cara จึงตัดสินใจตั้งแคมเปญขึ้นมาในเว็บไซต์ Gofundme เพื่อนำเงินไปก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้รอดชีวิตจากเหตุก่อการร้าย ให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามผ่านเรื่องราวร้ายๆ ไปได้ ไม่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าแบบลูกของเธอ

ซึ่งแคมเปญดังกล่าวตั้งเป้าเอาไว้ที่ 20,000 เหรียญสหรัฐ (635,000 บาท) และตอนนี้ก็ได้ยอดบริจาคเกินเป้าไปที่ 53,773 เหรียญสหรัฐ (1.7 ล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ที่มา : unilad, gofundme

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...