เราอาจเคยเห็นการตกแต่งบ้านมาหลากหลายรูปแบบเพื่อให้บ้านดูน่าอยู่ แต่สำหรับผลงานในครั้งนี้จะเรียกว่าการตกแต่งหรือรีโนเวทธรรมดาๆ มันก็คงไม่ใช่ เพราะนี่มันเหมือนกับการรื้อด้านในแล้วทำใหม่หมดเลย

ผลงานนี้เป็นฝีมือของผู้ใช้เว็บไซต์ Imgur ที่ชื่อว่า Maytherman2 โดยหลังจากที่เขานำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลก็ได้มีการแชร์ต่อๆ เป็นจำนวนมากในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

บ้านหลังเก่าที่ดูไม่น่าอยู่ ในเขตเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน

 

เขาเล่าว่า “ผมออกจากงานมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จากนั้นจึงไปทำงานตกแต่ง ทาสีบ้านกับเพื่อนอีก 2 คนแทน จนกระทั่งพวกเราคิดที่จะทำการตลาดในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน โดยการซื้อบ้านเก่ามาทำใหม่แล้วค่อยขายออกไป”

พวกเขาจึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ด้วยเงินทั้งหมดที่มีและยืมพ่อแม่มาบ้าง แต่พวกเขาก็เชื่อว่าการลงทุนนี้ต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

เมื่อเข้าไปในบ้านเห็นได้เลยว่า เจ้าของเก่าไม่คิดจะเก็บหรือทำความสะอาดใดๆ ก่อนออกไปเลย

.

 

สภาพของห้องกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ

 

ไม่มีการทาสีใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น

 

ขยะที่ถูกทิ้งเอาไว้เต็มห้องจนมองไม่เห็นพื้น

 

สภาพความผุพังที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไปโดยไม่มีใครเข้ามาดูแล

.

.

 

ขยะเยอะขนาดนี้น่าเอาไปชั่งกิโลขายจริงๆ เลยนะเนี่ย

 

หลังบ้านมีความรกร้าง ขาดความเขียวขจี

 

เวลาผ่านไปเพียงแค่ 2 เดือน ด้วยทีมงานเพียง 3 คน จากบ้านที่เน่าเละเทะ รกรุงรังไม่น่าอยู่ ก็ได้กลายเป็นบ้านสวยดูสะอาดตา น่าอยู่เป็นที่สุด

 

เดี๋ยวก่อนนะ มาผิดหลังหรือเปล่า แค่หน้าบ้านก็เห็นความแตกต่างแล้ว

 

โดยรอบใช้สีขาวเป็นพื้นหลัง ดูสะอาดและสบายตา

 

ห้องน้ำที่มีความเรียบง่ายแต่ดูดีมีระดับ

 

ห้องรับแขกที่ทำให้ทุกคนต้องลืมภาพของมันก่อนหน้านี้ไปเลย

.

 

ห้องครัวที่เปลี่ยนหลายๆ อย่างไปเยอะมาก เพื่อเพิ่มความโมเดิร์นให้กับบ้าน

 

หลอดไฟในแต่ละจุดที่ช่วยเพิ่มความสว่างและความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

.

 

ลานหน้าบ้านมีการเคลียร์ต้นไม้ต่างๆ ที่ทำให้ดูรกออกไป และปูหญ้าเขียวขจีลงไปแทน

 

หลังบ้านที่เคยแห้งแล้งเอง ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

หลังจากที่พวกเขาแปลงโฉมให้กับบ้านหลังนี้ เพียงแค่ 5 วันที่ประกาศขายก็มีคนติดต่อขอซื้อในทันที และหลังจากนี้พวกเขาก็วางแผนว่าจะไปรีโนเวทบ้านหลังอื่นๆ กันต่อไป

เห็นแล้วก็อยากจ้างพวกเขาทั้ง 3 มาช่วยแปลงโฉมบ้านเราบ้างเลยแฮะ

 

ที่มา: thechive

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...