เคยไหมที่รู้สึกว่าสักวันหนึ่ง เราจะต้องบินแบบ Iron Man ให้ได้?

Richard Browning หนุ่มชาวอังกฤษผู้ก่อตั้งบริษัท Gravity เพื่อการเริ่มโปรเจคหลักของบริษัท The Gravity มีเป้าหมายในการสร้างชุดเกราะแบบเดียวกับในภาพยนตร์ดังขึ้นมาจริงๆ

จุดเริ่มต้นของโครงการมันเริ่มตั้งแต่ 2 ปี 6 เดือนมาแล้ว และกว่าจะถึงตอนนี้ เขาต้องผ่านการทดสอบ ลองผิดลองถูก และล้มลุกคลุกคลานหลายรอบจนนับไม่ถ้วน…

ในตอนแรกเขาใช้ Micro Gas Turbine (คล้ายๆ เครื่องยนตร์เครื่องบินแต่มีขนาดเล็ก) ติดอยู่ที่แขนทั้งสองข้าง จากนั้นก็เพิ่มเป็นที่เท้าและพยามจะขึ้นบินให้ได้

เขาบอกว่าเขารู้ดีว่านี้มันเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ชอบและหลงไหลที่จะทำมัน ต่อให้มันล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม

 

 

เขาทำแบบนี้ทุกๆ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลานานมากๆ จนภรรยาของเราเริ่มจะทนไม่ไหวและร้องขอให้เขาหยุดสิ่งที่เขาทำอยู่ซะ  แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดพร้อมยังจะเดินหน้าโปรเจคนี้ต่อไป

9 เดือนต่อจากนั่น เขาค่อยๆ พัฒนาชุดและเครื่องยนตร์ของชุดเขามาเรื่อยๆ จนตอนนี้ชุดของเขามี Gas Turbine 6 อันแล้ว รวมเข้ากับเครื่องยนตร์ขนาด 130 กิโลกรัม ซึ่งจากตอนแรกเขาสามารถลอยอยู่ได้เพียงแค่ไม่กี่วินาที พอมาถึงจุดนี้เขาสามารถที่จะลอยเหนือพื้นได้นานถึง 12 นาที เลยทีเดียว

 

 

เขาบอกกับ WIRED ว่า “ตอนนี้เรายังห่างไกลจากเป้าหมายมาก แต่ผมเชื่อว่าสักวันเราจะสามารถเดินออกมาที่สวนหลังบ้านแล้วบินขึ้นไปบนฟ้า จากนั้นก็ค่อยๆ บินกลับลงมาได้สบายๆ”

หลังจากที่เขาลองผิดลองถูกมาเป็นเวลานานเขาก็ได้รู้ว่าการใส่ไอพ่นแค่แขนและขามันไม่เพียงพอ เขาได้เพิ่มไอพ่นเข้าไปอีก 2 ตัว ตรงบริเวณหลังของเขาเพื่อสร้างสมดุลย์ให้กับไอพ่นจากแขนทั้งสองข้าง และการพ่นไอพ่นจากแขนทำมุม เขาเรียกมันว่า “a teepee of thrust vectors” ซึ่งเป็นเทคนิคที่เขาใช้ในการควบคุมทิศทางและเร่งสปีด

เขาบอกเพิ่มเติมว่า “วิธีการควบคุมทิศทางของชุดนี้มันคล้ายกับชุดของโทนี่สตาร์คเลยนะ เหมือนตอนที่สตาร์คทำชุดแรกๆ ที่เขาพุ่งชนรถของตัวเอง ผมยอมรับเลยนะคนที่ทำ CGI ของหนังเรื่องนี้เขาต้องทำการบ้านมาอย่างดีเลยล่ะ”

 

 

ส่วนค่าใช้จ่ายชุดของเขาจะอยู่ที่ราวๆ 50,000 เหรียญ (ราวๆ 1.7 ล้านบาท) เขาบอกว่าตามทฤษฎีแล้ว เจ้าเครื่องของเขาทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 450 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยทดสอบมันแบบเต็มประสิทธิภาพสักที เขาให้เหตุผลว่าถ้าเขาเอามือแนบลำตัวและทำให้มือตรงกับพื้นเมื่อไหร่ เขาจะพุ่งขึ้นสูงทันที ซึ่งมันอันตรายมากๆ

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ โปรเจคของเขาก็ดูเหมือนจะมีคนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้นเรื่อย โดยชุดของเขาได้รับการสนับสนุนการอัพเกรดจาก Sony ในส่วนของการจับภาพต่างๆ รวมถึงยังร่วมพัฒนากับบริษัทผลิตแว่นตาว่ายน้ำชั้นนำอีกด้วย ยังไม่หมดแค่นั้นยังมี Redbull เข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลักอีกต่างหาก

 

 

นอกจากนั้นเขายังกำลังพัฒนาหน้ากากให้สามารถแสดงภาพโฮโลกราฟฟิคได้อีกด้วย เพื่อแสดงถึงเชื้อเพลิงที่มีอยู่ และการแสดงผลอื่นๆ แต่ตอนนี้เขาต้องใช้การแสดงสีหน้าจากพ่อตาและภรรยาของเขามาบอกจำนวนเชื้อเพลิงไปก่อน ก็ต้องดูว่าแผนการพัฒนาจุดนี้ในอนาคตของเขาจะเป็นยังไงต่อไป

ส่วนชุดของเขานั่นถูกเรียกว่า Daedalus ตามชื่อของนักประดิษฐ์ชาวกรีกในตำนาน ส่วนการจะใช้ชุดนี้ให้เต็มประสิทธิภาพและเสถียรยิ่งขึ้น เขาจำเป็นจะต้องลดน้ำหนักตัวเองลงให้เหลือ 72 กิโลกรัมจาก 75 และต้องรักษาระดับไว้ตลอด

 

 

ด้วยเหตุนี้เขาจึงจำเป็นจะต้องวิ่ง วันละ 20 กิโลเมตรจากบ้านของเขาในเมืองวิลต์เชอร์ เพื่อไปยังที่ทำงานของเขาในตัวเมืองหลวง

สิ่งที่เขาทำอยู่มันยังเป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้น เพราะงานหลักของเขาคือการเป็นพนักงานของบริษัทน้ำมัน BP  เขาบอกว่างานอดิเรกของเขากับงานหลักมันมีสิ่งที่คล้ายๆ กันและมันไปด้วยกันได้ดี

 

 

“การขายของจำเป็นจะต้องคิดเรื่องบ้าบิ่นตลอดเวลา พร้อมกับมองหาโอกาสใหม่ๆ เสมอ ส่วนแรงบันดาลใจของเขาก็มาจากตัวพ่อของเขาที่เป็นนักประดิษฐ์ และเป็นวิศวกรการบิน”

ถึงแม้ว่าพ่อของเขาได้ตายไปตอนที่เขาอายุ 15 เท่านั้น แต่เขาก็ได้รับหลายๆ อย่างมาจากพ่อของเขาและใช้มันเป็นแรงบรรดาลใจเสมอมา

สุดท้ายเขาก็ยังจะเดินหน้าและพัฒนาตัวโปรเจคของเขาต่อไป เพิ่มเติมเต็มความฝันของเขาและแน่นอนว่าของใครหลายๆ คน

 

ส่วนใครที่สนใจ สามารถดูคลิปพัฒนาการของเขาได้ข้างล่างเลย

 

เขาจะเป็นคนแรกที่กลายเป็นไอร่อนแมนจริงๆ ป่าวนะ

มาเป็นกำลังใจให้เขากันเถอะ

ที่มา wired

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...