ณ ตอนนี้ประเทศอิตาลีกำลังจัดการกับปัญหา ‘โรคหัดระบาด’ ด้วยการสนับสนุนให้เด็กๆ ฉีดวัคซีนกันถ้วนหน้า ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งจะออกกฎหมายแบนไม่ให้เด็กที่ไม่รับการฉีดวัคซีนเข้าเรียนในโรงเรียนไป

แม้ข้อกฎหมายดังกล่าวจะผ่านการอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่านักการเมืองจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ไปซะทุกคน

นาย Massimiliano Fedriga ผู้ว่าราชการของแคว้น Friuli Venezia Giulia และเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองฝั่งขวาที่มีชื่อพรรคว่า Northern League ได้ออกมาวิจารณ์ข้อกฎหมายดังกล่าว

 

 

เขามักจะออกมาโจมตีข้อกฎหมายเรื่องการบังคับให้เด็กฉีดวัคซีนว่ามันคือ ‘การบังคับข่มขู่’ และไม่สามารถทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่ถูกจุดได้

ซึ่งข้อกฎหมายนั้นได้ระบุเอาไว้ว่าการเด็กๆ จะต้องฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 12 ตัว ซึ่งมีทั้งวัคซีนป้องกันโรคหัด วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส และอื่นๆ อีกมากมาย หากเด็กคนไหนไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนก็จะไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนนั่นเอง

อย่างไรก็ตามนาย Fedriga เป็นคนหนึ่งในเสียงที่โหวต ‘ไม่เห็นด้วย’ ให้กับข้อกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยว่าไม่ได้เป็น Anti-Vaxxer แต่อย่างใด แถมยังพาลูกๆ ไปฉีดวัคซีนมาหมดแล้วด้วย

 

 

แต่ล่าสุดมีข่าวรายงานออกมาว่านาย Fedriga ป่วยเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นโรค ‘อีสุกอีใส’ และตอนนี้ก็ได้รับการรักษาจนสามารถกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว

เขาออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมสบายดี ตอนนี้ผมกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง”

 

 

หลังจากที่ข่าวการป่วยของนาย Fedriga ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ออกมาบอกว่า ‘สมควรแล้วที่เขาถูกเอาคืนซะบ้าง’

“ถึงท่านผู้ว่าฯ ผมอยากจะขออวยพรให้ท่านหายป่วยไวๆ และรู้สึกดีใจที่คุณพาลูกๆ ไปฉีดวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

“แต่แย่หน่อยนะครับที่โรคอีสุกอีใสเนี่ยเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมากๆ และอันตรายมากๆ ด้วย เห็นถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนแล้วรึยังล่ะครับ?” นาย Roberto Burioni นักไวรัสวิทยา ผู้สนับสนุนกฎหมายการฉีดวัคซีนกับเด็กกล่าว

 

 

ที่มา : independent, unilad

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...