เพศไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณเป็นคนดีหรือไม่ แต่การกระทำต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสิน เพราะแบบนี้ปัจจุบันจึงมีเพศทางเลือกมากมาย รวมทั้งเพศกลางๆ ด้วย

Louise และ Nikki Draven เป็นคู่รักข้ามเพศและเป็นครอบครัวแรกในสหราชอาณาจักรที่เลี้ยงเด็กน้อยวัย 4 ขวบ ชื่อ Star ไม่ให้เป็นทั้งเด็กผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ให้เป็นเพศกลางๆ

Louise ผู้ทำหน้าที่เป็นแม่ เขาเกิดมาเป็นผู้ชายแต่ได้เปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้หญิงด้วยการรับฮอร์โมนผู้หญิงเข้าสู่ร่างกาย

 

 

ส่วน Nikki ผู้เป็นพ่อ เดิมนั้นเธอเกิดมาเป็นผู้หญิง แต่เธอชอบแต่งตัวเหมือนผู้ชาย บางวันก็จะแต่งเป็นผู้หญิง ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในวันนั้นๆ

หนูน้อย Star จะเรียก Louise ว่าแม่ และเรียก Nikki ว่าพ่อ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดเขา…

Nikki วัย 30 ปี บอกว่า “้เราไม่ได้ยืดติดกับเพศกำเนิด และเราก็ไม่อยากให้ลูกยืดติดกับมันด้วย พวกเราเป็นแค่ครอบครัวธรรมดาที่ต้องการเป็นแบบนี้”

 

 

Star กำลังจะเริ่มเข้าโรงเรียนในเดือนกันยายนนี้ โดยจะใส่ชุดนักเรียนผู้ชายแต่ใส่เสื้อกั๊กสีชมพูและถุงเท้าที่เขาเลือกด้วยตัวเอง เด็กน้อยบอกว่าเขาจะโตมาเป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิง

Nikki บอกว่า “เราอยากให้เขาเติบโตมาเป็นคนที่มีความมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น เราไม่เคยบอกเขาว่าเขาเป็นเพศอะไร แต่ Star สามารถเลือกในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นได้อย่างอิสระ”

“เราไม่ได้ซื้อของเล่นหรือเสื้อผ้าที่เฉพาะเจาะจงทางเพศ แต่เราปล่อยให้เขาเลือกด้วยตัวเอง สีชมพูคือหนึ่งในสีโปรดของเขา” ผู้เป็นพ่อบอก

 

 

Star ชอบใส่เลกกี้ง และเพราะชื่อของเขา เขาจึงชอบใส่เสื้อผ้าที่เกี่ยวกับดวงดาวหรือมีรูปดาวอยู่ เขาชอบตุ๊กตาบาร์บี้ เขาชอบแต่งตัว แต่ชอบเล่นของเล่นเหมือนผู้ชาย เช่น เล่นรถแข่ง

พ่อแม่จะใส่สรรพนามกับลูกว่า “เขา” แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร เพราะมันไม่ได้เป็นการระบุว่าเขาเป็นเพศอะไร พวกเขาแค่เรียกไปอย่างนั้นเอง

Star จะติด Nikki มากกว่าแม่ สังเกตได้จากตอนเป็นเด็กคำแรกที่เขาพูดได้คือ “พ่อ” และให้พ่ออุ้มออกจากเปลมากกว่า Louise

 

 

ทั้งคู่บอกว่ามักจะโดนผู้คนมองด้วยสายตาเหยียดหยามและดูถูก อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อน Louise โดนคนขับรถตะโกนใส่หน้าว่า “ถ้าเป็นเหมือนคุณ ผมขอตายดีกว่า!!”

Nikki บอกว่า “มันแย่มากๆ ตอนที่ Star ยังเป็นเด็ก และ Louise เปลี่ยนฮอร์โมนครั้งแรก เขาถูกผู้คนจ้องมองและหัวเราะเยาะ”

บางครั้งก็มีผู้คนตามมาเพื่อตะโกนด่า แถมยังถูกปฏิเสธในบาร์เกย์ด้วย อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ให้สิ่งเหล่านี้มาหยุดยั้งตัวตนของพวกเขา ทั้งคู่ให้กำลังใจลูกน้อย และใช้ชีวิตในแบบที่เลือกต่อไป

 

 

สำหรับ Star นั้น ขณะที่เรียนในศูนย์เด็กเล็ก เขาได้รับแรงกดดันจากเพื่อนๆ จนวันหนึ่งเขากลับมาบ้านแล้วพูดว่า “ผมไม่อยากเล่นกับตุ๊กตาแล้ว เพราะมันเป็นของเล่นผู้หญิง”

พ่อแม่จึงต้องอธิบายให้ฟังว่า ทุกคนสามารถเล่นตุ๊กตาได้และมันเป็นการฝึกฝนเพื่อที่จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และพ่อก็บอกกับเขาว่า “พ่ออาจไม่ใช่พ่อ แต่อาจเป็นแม่ก็ได้”

“ตอนที่ตัดสินใจเลี้ยง Star ให้เป็นเพศกลางๆ เราได้พูดถึงทัศนคติของเด็กคนอื่นๆ ที่มีต่อเขา แน่นอนว่าเราเคยคิดเหมือนกันว่า คนอื่นจะคิดยังไง? จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับลูกมั้ย? ลูกจะถูกรังแกหรือเปล่า?”

 

 

“แต่สุดท้ายเราก็พบว่า ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร เด็กๆ มักจะหาเรื่องกลั่นแกล้งคนอ่ื่นๆ เสมอ เมื่อบางคนบอก Star ว่าเขาดูเหมือนเด็กผู้หญิง เด็กน้อยจะตอบกลับไปว่าเขาเหมือนฮีโร่ในการ์ตูนอะควาแมน”

อย่างไรก็ตาม Tavistock และ Portman NHS Foundation Trust ในลอนดอน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเอกลักษณ์ทางเพศได้แนะนำว่า

ควรให้เด็กสำรวจความสนใจของตัวเอง กลุ่มเพื่อน และกิจกรรมที่ต้องการ ที่สำคัญคือพ่อแม่ควรจะปล่อยให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเองมากกว่าเสนอความคิดเห็นให้ เพื่อให้เด็กได้อยู่กับสิ่งที่รักจริงๆ

 

 

ที่มา ladbible

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...