หลังจากที่กรณีของมิวสิควิดีโอ “เที่ยวไทยมีเฮ” ที่ได้หยิบเอาตัวละครทศกันณฑ์ไปใช้ในการโปรโมทการท่องเที่ยว ทำให้หลายๆ กระแสในสังคมเราหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการประกวดรูปภาพของทศกัณฑ์ หรือก่อให้เกิดการหารือและพูดคุยกันถึงประเด็นที่ว่าเราสามารถนำตัวละคร หรือเรื่องราวในวรรณคดีมาปรับให้เข้ากับคนยุคปัจจุบันอย่างไรได้บ้าง

 

 

เมื่อช่วงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2016 ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค RiFF Animation Studio สตูดิโอสัญชาติไทยได้โพสต์คลิปสั้นๆ ลงบนหน้าเพจของตัวเองเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะสร้างผลงาน Animation เรื่องหนึ่งขึ้นมาโดยมีชื่อโปรเจคว่า RAAM – THE BRIDGE TO LANKA

ซึ่งในคลิปดังกล่าวนั้นเผยให้เห็นถึงรูปร่างหน้าตาของตัวละครที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวหลักของเรื่อง ที่สวมชุดเกราะดูทันสมัยจากนั้นก็ทำการแปลงร่างต่อสู้กับศัตรูอีกตัวที่ดูแล้วน่าติดตามสุดๆ

 

 

พร้อมกับเปิดเผยเรื่องราวย่อๆ อีกว่า “ในปี อวกาศ ที่ 5076BCE ฝูงกองยานรบอวกาศของเจ้าชายรามได้เคลื่อนทัพบุกดาว “Lanka”เพื่อทำศึกชิงตัว องค์หญิงสีดาที่ถูกองค์จักรพรรดิทศกัณฐ์ผู้ครองดวงดาวลงกาจับตัวไว้เป็นเชลย 

 

 

กองยานของเจ้าชายรามต้องจอดพักอยู่ที่กลุ่มดาวดวงเล็กๆข้างแนวทะเลมิติ Interstellar อันดามัน กองยานรบขนาดใหญ่ของพระรามไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ และไม่สามารถใช้วาร์ปได้เนื่องจากมีสนามแม่เหล็กแรงสูงคอยรบกวน จึงทำให้ต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม Adam’s Bridge(Rama Setu)“warp gate” ขนาดใหญ่ เพื่อวาร์ปกองยานรบทั้งหมดผ่านทะเลมิติซึ่งขวางเส้นทางสู่ ดาวลงกา”

 

ลองไปชมคลิปตัวอย่างกันก่อนที่ข้างล่างนี้ได้เลยจ้า…

 

และล่าสุดเมื่อประมาณช่วงค่ำของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทาง RiFF Animation Studio ก็ได้โพสต์ถึงความคืบหน้าของโปรเจค RAAM ว่า ณ ตอนนี้โปรเจคดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยความร่วมมือจากสตูในประเทศญี่ปุ่นอย่าง Force of Will The Movie แล้ว

อีกทั้งยังมีกำหนดฉายในประเทศญี่ปุ่นแล้วในปี 2018 ส่วนจะมีเข้ามาฉายในประเทศไทยนั้นก็ต้องคอยติดตามชมกันต่อไปแล้วล่ะ…

 

 

โอ้โหแค่เห็นภาพโปสเตอร์ก็รู้สึกกระสันอยากดูมากๆ แล้ว

ขอวาร์ปไปถึงปี 2018 เลยได้มั้ยเนี่ยยย!!??

ที่มา : RiFF Animation StudioForce of Will The Movie

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...