เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2018 ได้มีการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศว่า สุนัขพันธุ์เฟรนช์บลูด็อกตายบนเที่ยวบินของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ที่เดินทางจากเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัสไปยังนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เจ้าของสุนัขพันธุ์เฟรนช์บลูด็อกอายุ 10 เดือนที่เธอตั้งชื่อมันว่าเจ้า Papacito พาสุนัขของเธอขึ้นบนเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ และเธอก็ปฏิบัติตามกฎของสายการบินที่ว่า…

“ถ้ามีการนำสัตว์เลี้ยงโดยสารมาด้วย จะต้องจัดการนำใส่กระเป๋าสำหรับสัตว์และต้องอยู่ในความดูแลของผู้โดยสารตลอดเวลา”

 

 

เมื่อเธอขึ้นไปบนเครื่อง หนึ่งในพนังงานต้อนรับได้บอกให้เธอนำกระเป๋าที่มีสุนัขอยู่ ใส่เข้าไปในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ แม้เธอจะพยายามคัดค้าน แต่พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวก็ยังยืนยันให้เธอเก็บกระเป๋าไว้ในช่องเก็บสัมภาระ

ภายหลังจากการเดินทางบนเครื่องบินกว่า 3 ชั่วโมง พอถึงที่หมายเจ้าของก็ได้เปิดกระเป๋าออกมาและพบว่าสุนัขของเธอนั้นได้เสียชีวิตแล้ว

 

 

June Lara ผู้โดยสารที่นั่งข้างหลังเจ้าของสุนัขโพสต์บนเฟซบุ๊คของเธอสรุปใจความได้ว่า มีลูกเรือคนหนึ่งของสายการบินบอกให้เจ้าของสุนัข เก็บกระเป๋าไว้บนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ซึ่งเธอคิดว่าข้างในนั้นอากาศไม่มีอากาศและน้ำเพียงพอสำหรับสัตว์

เจ้าสุนัขต้องอยู่ภายในช่องเก็บสัมภาระนั้นกว่า 3 ชั่วโมง พอเจ้าของมาเปิดดูแล้วพบว่าสุนัขของเธอเสียชีวิตแล้วก็ร้องไห้แบบแทบขาดใจ

 

 

Maggie Gremminger ผู้โดยสารอีกท่านหนึ่งที่เป็นพยานของเหตุการณ์นี้บอกว่า เธอเห็นว่าลูกเรือของสายการบินสั่งให้เจ้าของสุนัขนำกระเป๋าที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ภายใน ใส่เข้าไปบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ถึงแม้ว่าเจ้าของจะคัดค้านก็ตาม แต่พนักงานก็ยังย้ำซ้ำๆ ให้เธอนำกระเป๋าใบนั้นใส่ไว้ที่ช่องดังกล่าว

ส่วนพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินคนดังกล่าวได้พูดถึงเหตุการณ์นี้ว่า เธอไม่รู้ว่าภายในกระเป๋าใบดังกล่าวมีสุนัขอยู่ เธอจึงบอกให้นำกระเป๋าเก็บไว้บนช่องเหนือศีรษะ

 

 

ทางสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ได้ออกมาขอโทษและกำลังตรวจสอบสาเหตุการตายของสัตว์เลี้ยง พร้อมแถลงว่า “เราจะรับผิดชอบกับเรื่องสุดเศร้าที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทางเรากำลังตรวจสอบอย่างละเอียดถึงสาเหตุ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกครั้ง”

 

ที่มา bbcdailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...