ในแต่ละปีประเทศไทยมีเด็กที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศประมาณปีละหลายแสนคน แต่ทว่าอัตราการว่างงานนั้นก็มีมากขึ้นตามไปด้วย หลายๆ บริษัทต่างก็มีมาตรการคัดคนเข้าทำงานที่แตกต่างกัน อัตราการแข่งขันจึงสูงขึ้นเพราะการทำงานต้องคัดคนที่มีคุณภาพจริงๆ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท

เรื่องต่อไปนี้ได้รับการเผยแพร่จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Mewii K. Kiatchainarm ที่มาพูดในประเด็นของ “จุดวิกฤตของอาชีพโปรแกรมเมอร์ในประเทศไทย” หลังจากที่เขาได้สัมภาษณ์นักศึกษาจบใหม่คนหนึ่งเพื่อรับเข้าทำงาน

#เหมียวบู้บี้ ขออนุญาตสรุปแบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

1. เจ้าของเฟซบุ๊กได้ทำการเรียกสัมภาษณ์เพื่อการรับเข้าทำงาน ผู้ที่มาสัมภาษณ์รายนี้เป็นผู้หญิง จบจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอมาในสภาพหัวกระเซิง แต่งชุดนักศึกษายับยู่ยี่

2. นักศึกษาจบใหม่คนนั้นยื่นเรซูเม่มาว่า เธอจบด้วยเกรดเฉลี่ย 2.55  มีสกิลคือ ถนัดการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา PHP และ MySQL เรียกเงินเดือนขั้นต่ำมาที่ 15,000 บาท

3. มีการทำข้อสอบเพื่อวัดระดับความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม ข้อสอบชุดแรกวัดทักษะด้าน Database ซึ่งสำคัญมากในการเขียนโปรแกรม ข้อสอบ 10 ข้อ เธอทำได้ 8 ข้อ แต่คำตอบผิดหมดทุกข้อ

4. ข้อสอบชุดที่ 2 วัดทักษะด้าน Logic กับ Coding 5 ข้อ เธอทำมาเพียงแค่ 1 ข้อ ไม่ได้ใกล้เคียงคำตอบที่ถูกเลย แถมเขียนมาด้วยภาษาซี

 

 

5. ถึงแม้ว่าเธอจะทำข้อสอบผิด แต่เขาก็ยังต้องการคนที่สามารถสื่อสารได้เนื่องจากทีมโปรแกรมเมอร์วุ่นวายมากเพราะงานล้นมือ ขาดความสามารถในการสื่อสารกับมนุษย์ปกติได้ จึงขอลงไปสัมภาษณ์งานเธอก่อน

6. การสัมภาษณ์ก็เริ่มที่การแนะนำตัวตามปกติ และมีการสอบถามเรื่องโปรเจกต์จบ

ผม : ตอนปีสุดท้ายได้ทำโปรเจ็กต์จบมั้ยครับ ทำเกี่ยวกับอะไร อธิบายให้ฟังหน่อยครับ
น้อง : ทำระบบจอง…….. (ฟังไม่ออก) ค่ะ
ผม : ระบบจองอะไรครับ ทำกี่คน ใช้เวลาแค่ไหน เจอปัญหาอะไรบ้าง แบ่งงานกันยังไง น้องรับผิดชอบส่วนไหนบ้าง ขอรายละเอียดหน่อยครับ
น้อง : ส่วนมากเพื่อนทำค่ะ ใช้เวลาทำ 2 ปีค่ะ
ผม : ทำไมนานจังเลย ปกติต้องทำแค่สองเทอมไม่ใช่เหรอครับ ?
น้อง : ปีแรกหนูไม่ผ่านค่ะ อาจารย์ไม่ให้ผ่านเพราะหนูไม่รู้ Code เลย
ผม : อ้าว แบบนี้เพื่อนก็ผ่านสิ เพราะเพื่อนน่าจะ Code ใช่มั้ย แล้วน้องทำพวกเอกสารเหรอ ?
น้อง : ใช่ค่ะ งานของเพื่อนผ่านค่ะ แต่ของหนูไม่ผ่าน
ผม : เดี๋ยวนะ… ตกลงเป็นงานเดี่ยวหรอกเหรอ ?
น้อง : ค่ะ แต่หนูให้เพื่อนช่วยทำ

 

7. เจ้าของเรื่องอึ้งไปสักพัก และยิงคำถามสุดท้าย

ผม : ทำไมถึงอยากเป็น Programmer ล่ะ ?
น้อง : ก็คณะที่หนูจบมา มันต้องเป็น Programmer ค่ะ

8. เจ้าของเรื่องตั้งคำถามว่า มาตรฐานของมหาวิทยาลัยคืออะไร แล้วนักศึกษาคนอื่นจะเป็นแบบนี้หรือไม่ หากเป็นนักศึกษาจบใหม่ ถึงแม้จะไม่ได้มีความรู้จากสาขาที่ตัวเองจบ แต่ก็ควรมีทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานเช่นการสื่อสาร กล้าแสดงออก ขยัน และเปิดรับการเรียนรู้ใหม่ๆ

9. หลายคนอาจคิดว่าการที่เรียกเงินเดือน 15,000 สำหรับบริษัทด้านโปรแกรมอาจจะดูว่ามันน้อยมาก และคุ้มค่าที่จะจ่าย แต่สำหรับเจ้าของเรื่องแล้วคิดว่า มันน่าเสียดายที่จะจ่าย นอกจากจะต้องสอนงานใหม่หมดแล้วยังเสียเวลาการทำงานอีก

10. สุดท้ายได้ฝากไว้ว่า “การเรียนมันไม่ใช่แค่ในหลักสูตร หรือเรียนเพื่อใบปริญญาเท่านั้นหรอก แต่มันคือพื้นฐานที่เราจะเอามาใช้ในการต่อยอดความรู้ของเราเองต่างหาก ฝากไว้ด้วยครับ”

 

แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้….

อ่านเรื่องนี้แบบเต็มๆ

 

ที่มา Mewii K. Kiatchainarm

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...