สำหรับในหลายๆ ประเทศ คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะได้เจอกับ “นายกรัฐมนตรี” ในพื้นที่สาธารณะ หรือในชีวิตประจำวันของเรา

แต่สำหรับในประเทศภูฏาน เรากลับสามารถพบเจอกับนายกรัฐมนตรีได้อย่างง่ายดาย ทุกวันเสาร์ ที่โรงพยาบาล Jigme Dorji Wangchuck National Referral ณ เมืองทิมพู

 

Lotay Tshering นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของภูฏาน

 

Lotay คือนายกรัฐมนตรีของภูฏาน ประเทศที่ให้ความสำคัญกับ “ความสุขของประชาชน” เป็นอันดับแรก แทนที่จะเป็นเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจ

และชายคนนี้ก็ได้ช่วยเติมเต็มโจทย์ข้อนั้นให้กับประชาชนมาโดยตลอด เมื่อทุกวันนี้เขายังคงทำหน้าที่รักษาคนไข้ ในฐานะของ “หมอ” ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์อันดับต้นๆ ของประเทศ

 

 

นายกฯ วัย 51 ปีคนนี้จะทำหน้าที่เป็นหมอในทุกๆ วันเสาร์ เขาจะขับรถของตัวเองไปยังโรงพยาบาล แทนที่จะให้คนขับประจำขับให้ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของประชาชนมากจนเกินไป

ตลอดทั้งวัน เขาจะรับการตรวจคนไข้อยู่ตลอด รวมถึงการผ่าตัดรักษาที่จำเป็นต่างๆ โดยที่เรื่องนี้ได้กลายเป็นความคุ้นชินของเหล่าคนไข้และเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาลไปเสียแล้ว

 

 

คนไข้วัย 40 ปีที่ชื่อว่า Bumthap ชายผู้เข้ารับการผ่าตัดกับนายกฯ อยู่นานถึง 5 ชั่วโมง เพื่อซ่อมแซมกระเพาะปัสสาวะ เขาได้พูดถึงการรับการรักษาจาก Lotay ว่า..

“การที่นายกรัฐมนตรีของประเทศเป็นคนผ่าตัดรักษาผมนั้น ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาคือหนึ่งในหมอที่ดีที่สุดของประเทศเราเลย”

 

 

นอกเหนือจากการเป็นหมอประจำวันเสาร์แล้ว ในทุกช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ชายคนนี้ก็จะคอยให้คำปรึกษาแก่เหล่าบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหลายเพื่อนำไปปรับใช้กับการรักษาคนไข้

และแม้เขาจะทำหน้าที่รักษาคนไข้ได้แค่ 1 วันต่อสัปดาห์ แต่ในระหว่างการทำงานเป็นผู้บริหารประเทศนั้น Lotay ก็ยังคงมุ่งความสนใจไปที่เรื่องนโยบายสุขภาพของประชาชน

เขาพยายามพัฒนาในเรื่องสุขภาพที่สามารถเข้าถึงประชาชนทุกคนภายในประเทศได้ ซึ่งนั่นก็ส่งผลทำให้ตัวเลขอายุขัยเฉลี่ยของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ลดโอกาสที่ประชาชนจะเสียชีวิตจากโรคร้ายต่างๆ

 

 

สำหรับการเป็นหมอนั้น Lotay มองว่ามันคือ “สิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด” ของเขาได้เป็นอย่างดี และมีความเหมือนกับการทำงานบริหารประเทศอยู่เหมือนกัน

“ในโรงพยาบาล ผมจะต้องตรวจคนไข้และรักษาพวกเขาให้หาย ส่วนในการบริหารประเทศนั้น ผมก็จะต้องสำรวจนโยบายต่างๆ และพยายามทำให้มันดียิ่งขึ้นกว่าเดิม” เขากล่าว

 

 

ที่มา: ndtv , news24 , theguardian , straitstimes

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...