เมืองปอมเปอีเป็นสถานที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญสุดๆ ของเหล่านักโบราณคดีเลยก็ไม่ผิดนัก เพราะตั้งแต่ที่ภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุในปีคริสต์ศักราชที่ 79 สถานที่แห่งนี้ก็มีการค้นพบที่น่าสนใจมากมายหลายชิ้นเรื่อยมา

และเมื่อล่าสุดนี้เองทางนักโบราณคดีก็ได้พบกับซากม้าในสมัยก่อน ที่ตายไปในสภาพที่ยังใส่บังเหียนและอานพร้อมออกเดินเลย

 

 

นี่เป็นการค้นพบที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านที่อยู่ไม่ห่างจากนอกกำแพงเมืองปอมเปอีมากนัก และเชื่อกันว่าน่าจะเป็นม้าที่ผู้คนคิดจะใช้หนีตายจากภูเขาไฟ (แม้ว่าจะไม่ทันก็ตาม) นั่นเอง

ตั้งแต่ในอดีตหมู่บ้านที่มีการค้นพบม้าตัวนี้ถูกเชื่อกันว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านของชาวโรมันที่มั่งคั่ง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ที่ม้าที่ถูกค้นพบในครั้งนี้จะมีร่องรอยของการถูกดูแลเป็นอย่างดี ถึงขั้นที่ว่าอานของมันถูกประดับไว้ด้วยทองแดงเลย

 

บังเหียนประดับทองแดงที่พบ

 

นอกจากนี้เมื่อนักโบราณคดีลองนำข้อมูลของม้าที่พบไปเทียบกับซากม้าตัวอื่นๆ ที่พบในหมู่บ้านแห่งนี้ พวกเขายังพบอีกว่า ม้าแทบจะทั้งหมดในพื้นที่ ล้วนแต่เป็นม้าสายพันธุ์ดี ที่น่าจะมีราคาสูงมากในสมัยก่อน

นั่นทำให้นักโบราณคดีบอกว่า ในสมัยก่อนม้าเหล่านี้อาจจะเคยถูกใช้ในฐานะสิ่งแสดงพลังอำนาจอย่างหนึ่งเลยนั่นเอง

 

 

น่าเศร้าที่ดูเหมือนว่าม้าเหล่านี้จะต้องพบกับจุดจบที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะเช่นเดียวกับคนในเมืองปอมเปอีเอง พวกมันน่าจะเสียชีวิตจากความร้อนสูงของเถ้าภูเขาไฟ หรือไม่ก็โดนเถ้าถ่านทับจนขาดอากาศหายใจไป

โชคร้ายที่ในหมู่บ้านที่พบนั้นมีร่องรอยของการเคยถูกโจรเข้ามาปล้นอยู่หลายครั้ง ไม่เช่นนั้นนักโบราณคดีอาจจะมีการค้นพบสำคัญๆ มากกว่านี้อีกหลายอย่างเลยก็เป็นได้

 

 

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนักโบราณคดีได้กลับมาดำเนินขุดค้นเมืองปอมเปอีอย่างเป็นทางการด้วยทุนรวมกว่า 73.5 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นการป้องกันการลักลอบปล้นโบราณสถานไปอีกทาง

และพวกเขาก็หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะขุดพบโบราณวัตถุอีกเป็นจำนวนมาก ภายในปี 2019 ที่กำลังจะมาถึงต่อไป

 

ที่มา nytimesbbc และ smithsonianmag

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...