อุปสรรคอย่างหนึ่งที่บุรุษไปรณีย์มักจะเจอคือการต้องไปส่งจดหมายหรือของในบ้านที่มีสุนัขดุ ไม่ว่าจะเจอกี่ครั้งๆ ก็เห่าอยู่นั่นแหละ จนถึงขั้นเป็นคู่ปรับที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมด้วยกันได้เลย

แต่ใครจะคิดละว่านอกจากสุนัขแล้ว นกก็เป็นอุปสรรคในการทำงานของบุรุษไปรณีย์เหมือนกันนะ ร้ายแรงถึงขั้นต้องหยุดงานกันเลยทีเดียว

อีกาตัวดังกล่าวมีชื่อว่า Canuck มันเป็นอุปสรรคหลักของไปรษณีย์ในย่านตะวันออกของเมือง Vancouver ประเทศแคนาดาเลยล่ะ ทำเอาเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ จนกว่าเจ้าอีกาจะหายไปจากตรงนั้นเสียก่อนถึงจะกลับมาทำงานส่งจดหมายต่อได้!?

 

 

ส่วนความร้ายกาจของมันก็มีทั้งจิกกัด ขโมยของที่มีความแวววาวอย่างเช่น ‘มีด’ ที่ขโมยมาจากจุดเกิดเหตุคดี นอกจากนั้นก็ชอบมาก่อกวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์อีก นี่เอ็งจะร้ายกาจเกินกว่าจะเป็นนกแล้วนะ!!

สิ่งที่สามารถระบุตัวเจ้าอีกานี้ได้ก็คือ แท็กสีแดงที่ติดกับขาของมัน ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นต่างก็ติดตลกกับการติดแท็กของมันก็ด้วยนิสัยที่ก้าวร้าวจนต้องติดเครื่องติดตามตัว ฮร่าาา

Darcia Kmet โฆษกของไปรษณีย์แคนาดาบอกว่า “พนักงานของเขาถูกโจมตีจากอีกา จนได้รับบาดเจ็บในขณะที่พยายามไปส่งจดหมายในละแวกถิ่นที่อยู่อาศัยใน Vancouver”

 

เจ้าอีกา Canuck กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

“ล่าสุดมีบ้าน 3 หลังที่ไม่ได้รับจดหมาย เพราะมันอยู่ในเขตที่เจ้าอีกาครองอยู่ และไม่ปลอดภัยสำหรับพนักงานของเรา” โฆษกบอก

เขาบอกอีกว่า “ตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว ถ้าเจ้าอีกาไม่อยู่หรือมีความปลอดภัยเมื่อไหร่ บ้านทั้ง 3 หลังก็จะได้รับจดหมายครับ”

 

 

และด้วยความร้ายแสนจะแสนของเจ้าอีกา มันก็มีเพจเป็นของตัวเองด้วยนะในชื่อ Canuck and I ที่สร้างขึ้นโดย Shawn Bergman ผู้เล่าถึงการผจญภัยของอีกาตัวนี้

และสำหรับ Shawn เองก็อาศัยอยู่ในบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดส่งไปรษณีย์ด้วย เขาเขียนในเพจว่า “ด้วยเหตุที่เพื่อนบ้านเริ่มหัวเสียมากขึ้นกับเหตุการณ์เหล่านี้ ก็จะกลายมาเป็นภัยต่อความปลอดภัยของเจ้า Canuck ด้วยเช่นกัน”

 

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2016 เจ้าอีกา Canuck ไปขโมยมีดออกมาจากจุดเกิดเหตุคดีซะงั้น

 

ตอนนี้ทางไปรษณีย์ก็กำลังหาวิธีรับมือกับเจ้าอีกาด้วยการหาวิธีป้องกันตัวเอง ด้วยการไม่ไปส่งจดหมายให้ถึงที่ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากเจ้าอีกาไม่อยู่ในบริเวณนั้นอีกต่อไป ก็คงจะได้รับจดหมายกันตามปกติล่ะนะ ฮร่าาาา

 

ที่มา bbc, ladbible

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...