สำหรับปกติแล้วคนเราไม่ว่าจะถ่ายเบาหรือถ่ายหนักก็จะต้องรีบวิ่งหา ‘ห้องน้ำ’ เพื่อไว้เป็นสถานที่สำหรับปลดปล่อยความทุกข์ที่มาเยือน หรือว่าถ้าไม่ทันจริงๆ บางคนก็เลือกที่จะวิ่งเข้าป่าไปจัดการ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระให้ใครต้องมาทนเหม็นทนอุจาดตาไปกับสิ่งเหล่านี้

แต่ว่าก็มีบางคนไม่คิดอย่างนั้น และกลับคิดเอาว่าลานจอดรถของร้านค้าก็เป็นห้อง ‘ขรี้’ ได้เหมือนกัน งานนี้เจ้าของร้านเลยต้องออกมาโวยวาย เพราะมันไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่เกิดเหตุอย่างนี้ขึ้นและตอนนี้ก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว!!

 

 

โดยเหตุการณ์เหม็นๆ นี้เกิดขึ้นที่ร้านขายไวน์ชื่อว่า Porters Liquor ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาคนมา ‘ขรี้แล้ววิ่ง’ เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน จนตอนนี้พวกเขาได้ให้ฉายากับนักปล่อยทุ่นคนนั้นว่านักขรี้ต่อเนื่อง

Jim Shwilk เจ้าของร้านดังกล่าวได้ออกมาพูดถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นว่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับลานจอดรถของพวกเขาที่ต้องมาเป็นห้องส้วมให้กับผู้ลงมือ และด้วยเหตุนี้จึงทนไม่ไหวอีกต่อไป ขอเอาภาพจากกล้องวงจรปิดเตือนบนอินเทอร์เน็ตหน่อยเถอะ

 

คลิปสุดเหม็นที่ว่านี้… (ขอเตือนก่อนนะว่าควรกินข้าวมาแล้ว) หากดูไม่ได้คลิกที่นี่

 

โดยภาพจากวิดีโอได้แสดงให้เห็นว่า จู่ๆ ก็มีคนๆ หนึ่งเดินมาที่ลานจอดรถแห่งนี้แล้วถอดกางเกงปล่อยขรี้พุ่งออกมาอย่างสบายใจ และใช้เวลาอย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีการเก็บกวาดใดๆ เดินจากไปอย่างหน้าตาเฉยเลย

Jim บอกว่าเหตุผลที่ปล่อยคลิปนี้ก็เพราะ ต้องการให้วิดีโอนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เขาคนนั้นเกิดความยับยั้งชั่งใจไม่กลับมาทำพฤติกรรมอย่างนี้อีกนั่นเอง

 

 

“เมื่อประมาณ 10 วันก่อนเราเจอของฝากชิ้นใหญ่ที่หลังร้านของเรา มันเป็นประสบการณ์ที่โคตรจะเลวร้ายเลยคุณ ตอนแรกผมก็นึกว่าอาจจะเป็นใครบางคนที่พาหมามาทำอย่างนี้ แต่พอคิดไปคิดมามันก็ไม่น่าจะใช่เพราะถ้าเป็นหมามันต้องตัวใหญ่มากแน่ๆ “

“ในวันอังคารที่ผ่านมาผมมีนัดนอกร้าน แล้วผมเปิดประตูเท่านั้นแหละก็ได้พบกับสิ่งนี้อีกครั้ง ผมทนไม่ไหวอีกแล้วเลยตัดสินใจเช็กกล้องวงจรปิดเพื่อหาว่าใครมันมาทำแบบนี้กัน แล้วผมก็ช็อคกับสิ่งที่ได้เจอ” Jim กล่าว

ส่วนที่ผ่านมานั้น Jim ก็บอกว่า ต้องให้พนักงานร้านออกไปเก็บกวาดกองขรี้ทั้งๆ ที่ใจแสนจะสงสาร และถ้าหากมีครั้งที่ 3 เกิดขึ้นอีกล่ะก็ เขาจะส่งวิดีโอนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการแน่ๆ

 

แค่เห็นก็เหม็นมาถึงนี่..

 

ที่มา: metro, kidspot

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...