ไหนใครที่รู้สึกว่าตัวเองมีอาการท้องผูกเรื้อรัง สามวันเจ็ดวันแทบไม่ถ่ายหนักเลยบ้าง เชื่อเถอะว่าต้องมีสักคนล่ะที่เคยเป็นแบบนั้น ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจจะเป็นข่าวที่ค่อนข้างจะน่ากลัวสำหรับคนที่ไม่ค่อยถ่ายหนักเลยก็เป็นได้

เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย เมื่อทีมแพทย์ได้ทำการช่วยชีวิตชายวัย 57 ปีรายหนึ่งเอาไว้ ด้วยการผ่านำเอาอุจจาระปริมาณกว่า 2 ลิตรออกมาจากลำไส้ใหญ่ของเขา

 

 

จากคำบอกเล่าของทีมแพทย์ ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะมีอาการท้องผูกอย่างหนัก จนไม่ได้ถ่ายหนักเป็นเวลานาน 3 วัน

นั่นทำให้อุจจาระในลำไส้มีการสะสมจนทำให้ลำไส้ขยายตัวไปกดทับเส้นเลือดที่ส่งเลือดไปยังขาขวาของเขา รวมทั้งทำให้ไตได้รับความเสียหายอีกด้วย

ผู้ป่วยบอกว่าเขาไม่สามารถใช้เท้าข้างขวาได้เลย แถมยังมีอาการปวดท้องรุนแรงและคลื่นไส้ เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมงจนในที่สุดเขาก็ต้องเข้าโรงพยาบาล

 

 

เบื้องต้นทางทีมแพทย์เองก็สงสัยในอาการของชายหนุ่มเช่นกัน เนื่องจากขาขวาของเขามีอาการขาดเลือดไปเลี้ยง แต่ก็ไม่มีวี่แววของการกดทับให้เห็นจากภายนอกเลย

Dr. Simon Ho แพทย์ผู้รับผิดชอบกล่าวว่า

“สุดท้ายเราก็ตัดสินใจทำการตรวจทางทวารหนัก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้อาการของชายคนนี้เป็นผลกระทบมาจากการมีอุจจาระสะสมในลำไส้เนื่องจากอาการท้องผูก และยังพบอีกว่าไตของเขาได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถขับกรดออกจากร่างกายได้”

ผลจาก CT สแกนแสดงให้เห็นถึงอุจจาระจำนวนมากตกค้างอยู่ในปริมาณตัว S ของลำไส้ใหญ่ และเมื่อทีมแพทย์ทำการกำจัดอุจจาระเหล่านี้ออกไป ระบบการไหลเวียนเลือดของคนไข้ก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติทีละนิด

 

 

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความเสียหายของไตต่อไปอีกสักพัก และกว่าที่เขาจะกลับมาเดินได้เป็นปกติก็กินเวลาอีกราว 13 วันหลังจากนั้น ทำให้กว่าที่เขาจะออกจากโรงพยาบาลได้จริงๆ ก็เป็นกว่า 3 สัปดาห์หลังจากที่เข้าโรงพยาบาลไปเลยทีเดียว

นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เรารู้ว่าการสะสมของอุจจาระนั้นสามารถทำให้เราเจ็บป่วยได้มากขนาดไหน

 

ดังนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนชอบกลั้นอุจจาระไว้นานๆ

ก็ขอให้เลิกเสียนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

 

ที่มา netralnewsmirrorthesun

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...