ขณะนี้ชาวกรุงเทพฯ กำลังประสบปัญหากลุ่มหมอก กลุ่มฝุ่น หรือกลุ่มควันบางอย่างที่ปกคลุมไปทั่วเมือง โดยเจ้ากลุ่มก้อนหมอกฝุ่นควันอะไรพวกนี้ถูกเรียกว่า PM 2.5 ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า PM 2.5 มันคืออะไร มันมาจากไหน และมันเป็นอันตรายหรือไม่ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับมันกันดีกว่า…

 

cr. กรมควบคุมมลพิษ

 

1. PM 2.5 คืออะไร

 

PM 2.5 ฝุ่นอนุภาคขนาดจิ๋ว ที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมถึง 25 เท่า เข้าสู่ร่างกายทางโพรงจมูก ก่อนจะเข้าสู่เส้นเลือด และเกิดเป็นโรคต่าง ๆ โดยเฟซบุ๊กเพจ Greenpeace Thailand ออกมาได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเจ้า PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นพิษขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน

ซึ่งประกอบไปด้วยสารพิษหลากชนิด ได้แก่

1. P-A-Hs คือสารพิษชนิดหนึ่งที่ทำให้เป็นมะเร็ง

2. ปรอท ทำลายระบบประสาท ทำให้เป็นอัมพาต มะเร็ง

3. สารหนู ทำให้เป็นโรคผิวหนัง หากถูกสารนี้ จะมีอาการมึนเวียน ตัวชา อยากอาเจียน

และ 4. แคดเมียม ที่จะกัดส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ผิวหนัง ปอด กระดูก

 

Cr. aqicn

 

2. มันมาจากไหน จะอยู่อีกนานหรือเปล่า

 

เจ้าสารพิษพวกนี้เป็นมลพิษที่เกิดจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งควันบุหรี่ โดยปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษของประเทศไทยนั้น วัดระดับความเป็นสารพิษในประเทศเพียงแค่ PM 10 ซึ่งเป็นสารพิษที่มีอนุภาคขนาดใหญ่เท่านั้น

ทำให้เจ้าพวกสารพิษ PM 2.5 ที่มีมีอนุภาคที่เล็กไม่ได้ถูกนำมาคำนวณเพื่อชี้วัดระดับมลพิษในอากาศของประเทศนั่นเอง และยังไม่มีข้อมูลว่าสารพิษ PM 2.5 นั้นจะอยู่อีกนานเท่าไหร่ อาจจะอยู่จนกว่าจะมีมาตรการป้องกันและลดสารพิษนี้ออกมา

 

Cr. greenpeace.org

 

3. ควรป้องกันอย่างไร

 

การป้องกันเบื้องต้นคือการสวมหน้ากากอนามัยซึ่งป้องกันได้ไม่มากนัก (แพทย์แนะนำให้ใช้หน้ากากรุ่น N95 ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป)

ทางออกที่ดีก็คือ ร่วมกันลงชื่อรณรงค์ให้ทางกรมควบคุมมลพิษของประเทศนั้นมีมาตรการควบคุมมลพิษจากทั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ โรงผลิตไฟฟ้า หรือกระทั่งควันจากท่อไอเสียก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั่นเอง

 

Cr. greenpeace.org

 

4. การปฏิบัติตัวอื่นๆ

 

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น พยายามอยู่ในที่ปิด หลีกเลี่ยงที่กลางแจ้ง ทุกท่านจึงควรติดตามข่าวสารเพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดมีสารพิษ PM 2.5 อยู่มาก

การป้องกันตัวเองเบื้องต้นก็คือการสวมหน้ากากอนามัย รวมไปถึงช่วยกันลงชื่อรณรงค์ให้ทางกรมควบคุมมลพิษของประเทศนั้นมีมาตรการควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

 

ที่มา: กรมควบคุมมลพิษ, Drama-addict, Greenpeace, kapook, และ Facebook(Greenpeace)

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...