ภัยพิบัติต่างๆ นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จนในบางครั้งทำให้การใช้ชีวิตปกติของเราเป็นไปได้อย่างยากลำบากจนประสบอุบัติเหตุได้อย่างเหนือความคาดหมาย

เมื่อกัปตัน Alexander Akopov จะต้องพาผู้โดยสารบนเครื่องบินจำนวนถึง 127 คนรวมลูกเรือ ลงจอดในสนามบิน Istanbul’s Ataturk Airport ซึ่งมันคงจะเป็นเรื่องที่ธรรมดามากหากว่าเครื่องบินลำนี้ไม่ได้รับความเสียหายจากพายุลูกเห็บจนทำให้ต้องสูญเสียการมองเห็น

 

 

พายุที่เกิดขึ้นในช่วง 20 นาทีนั้นรุนแรงพอที่จะทำให้เมืองด้านล่างการจราจรติดขัด และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน จนต้องทำให้เหล่ากู้ภัยกว่า 7,000 คนต้องออกไปทำงานอย่างหนักกับต้นไม้ที่โค่นลงมาถึง 230 ต้นทำลายไปอีก 90 หลังคาเรือน

จากการที่เครื่องบอกสภาพอากาศนั้นไม่ได้แจ้งเตือนใด จึงทำให้กัปตันและผู้ช่วยไม่ได้รับรู้กับสิ่งที่จะต้องเจอ โดยลูกเห็บที่พุ่งเข้ามาชนนั้นมีขนาดประมาณไข่ไก่ แต่กลับหนาแน่นมาจนทำให้ส่วนหน้าและกระจกเครื่องบินได้รับความเสียหาย

ลูกเห็บนั้นก็ทำให้ระบบการมองเห็นข้างหน้าโดยรอบนั้นสูญเสียไป กระจกในห้องคนขับที่แตกยับเยินไปหมด พร้อมกับสูญเสียระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติไปเสียอีก จึงมีหนทางเดียวที่ทำได้คือการลงจอดฉุกเฉินโดยให้กัปตันควบคุมด้วยตนเอง

 

ต้องลงจอดด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นด้านหน้าได้

 

ในขณะนั้นคงเปรียบได้กับสถานการณ์ในหนังฮอลลีวู้ดที่เราเคยเห็น เมื่อผู้คนเริ่มแตกตื่นกับสิ่งที่เกิดขึ้น พากันร้องไห้หรือตระหนกกับการที่จะเสี่ยงโหม่งโลก และมีกัปตันคนขับเครื่องบินคือที่เป็นความหวังเดียวของพวกเขา

หลังจากลงจอดได้อย่างปลอดภัย มีผู้บาดเจ็บไม่ถึง 10 คนโดยสองคนในนั้นมีอาการสาหัส แต่ก็ไม่มีใครเสียชีวิต กัปตันได้ออกมาพูดว่าเขาและลูกเรือนั้นรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากจนเหมือนกับได้เกิดขึ้นมาใหม่บนโลกนี้อีกครั้งเลยทีเดียว

 

 

ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วอึดใจ ทุกคนสามารถรอดชีวิตมาได้จากพายุที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แม้พายุจะดับความหวังของทุกคนไป แต่สุดท้ายความหวังก็จุดติดขึ้นมาใหม่จากประสบการณ์ของผู้ขับเครื่องบินที่กลายเป็นฮีโร่ของคนกว่าร้อยคนในชั่วพริบตา

 

 

คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์การลงจอดฉุกเฉินที่น่าหวาดเสียว

 

สิ่งเหล่านี้คือการแสดงให้เห็นถึงความหวัง และปาฏิหาริย์ที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ในตอนที่คุณคิดว่าทุกอย่างช่างสิ้นหวัง อย่าลืมที่จะก้าวต่อไป เพราะแม้โอกาสจะมีเพียงจุดเล็กๆ แต่ปาฏิหาริย์ก็ยังคงมีอยู่จริง…

ที่มา: dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...