กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์ กับกรณีของครอบครัวของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ที่ถูกรุ่นพี่และเพื่อนร่วมชั้นรุมกระทำชำเราในห้องน้ำของโรงเรียน พอไปแจ้งเรื่องให้ทางโรงเรียนทราบ กลับปฏิเสธและปัดความรับผิดชอบซะงั้น!?

 

อ่านข่าวเก่าได้ที่ : หลานสาว 5 ขวบ ถูกเพื่อน-รุ่นพี่ข่มขืน มีเลือดไหล โรงเรียนปฏิเสธ เป็นเพราะขี่จักรยาน

 

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกนำมาแชร์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เพราะครอบครัวต้องการที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเด็กหญิง เพราะเรื่องผ่านมาเกือบครึ่งปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

 

ล่าสุดเมื่อวัน 7 มิถุนายน 2562 (วันนี้) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวของเด็กหญิงก็ได้เดินทางเข้ามายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อร้องเรียน

พร้อมกับถือป้าย “แม่จ๋า หนูเจ็บ ช่วยหนูด้วย ย้ายเด็กทำไม ย้าย ผ.อ.ดีกว่า ร.ร.ปัดความรับผิดชอบ”

และว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มารับเรื่องดังกล่าว

 

 

ซึ่งนายรณณรงค์ขอให้ทาง สพฐ. ดำเนินการพิจารณามาตรการเยียวยาจิตใจของเด็กหญิงผู้เสียหาย, ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ว่ามีการปล่อยปละละเลย หรือขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดเหตุสลดดังกล่าวหรือไม่

และขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา อุบลราชธานีเขต 3 ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่? เพราะทางครอบครัวผู้เสียหายยืนเรื่องไปแล้ว 6 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย

ซึ่งทางด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวว่าทาง สพฐ. จะรับข้อเสนอทั้งหมดไปดำเนินการ และขอยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจเลยแม้แต่น้อย

พร้อมกับเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงไปแล้วเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

 

 

ซึ่งทาง สพฐ. ได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไปปฏิบัติราชการที่เขตอื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลอย่างทันที เพื่อให้กระบวนการสืบสวนเป็นไปอย่างเรียบร้อย และเป็นธรรม

อย่างไรก็ตามหากผลการสืบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูลความผิดจริง ก็ต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป ซึ่งอาจจะต้องรอผลสืบสวนภายใน 7 วัน ถึงจะทราบเรื่อง

 

ที่มา : khaosod, dailynews

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...