หลายคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือกันอยู่คงเคยสงสัยและตั้งคำถามเกี่ยวกับแบตเตอร์รี่โทรศัพท์ของตัวเองว่า ทำไมโทรศัพท์มือถือของตัวเองถึงดับ? ทั้งๆ ที่แบตเตอร์รี่ยังเหลืออยู่ ไม่ถึง 0 เปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอนั้นเชื่อถือไม่ได้เลยหรือ?

ความจริงแล้วตัวเลขที่อยู่บนมุมขวาของหน้าจอนั้นไม่ใช่อะไรเลยนอกจากการคาดการณ์ ถึงแม้ว่าตัวเลข 47 นั้นจะดูเฉพาะเจาะจง วิธีเดียวที่จะรู้ได้อย่างแม่นยำคือการสร้างเซ็นเซอร์ในแบตเตอร์รี่ลิเทียมไอออนในโทรศัพท์มือถือ แต่ทางโรงงานที่ผลิตโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ได้ผลิตมาด้วย

 

 

ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือได้ใช้วิธีอัลกอริทึมแทน เพื่อคำนวณว่าพื้นที่ของแบตเตอร์รี่ถูกใช้ไปเท่าไหร่โดยวัดจากความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ปล่อยออกมา เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือการเจาะรูถังที่ใส่น้ำเต็มๆ และสังเกตว่าน้ำที่รั่วออกมานั้นไหลเร็วแค่ไหน

ระบบอัลกอริทึมนั้นทำงานค่อนข้างดีตลอดเวลา แต่ว่าระบบคาดการณ์ของมันนั้นไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์แบบตลอดการใช้งานเสมอไป ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้งานของแบตเตอร์รี่ เช่นประเภทหรือปริมาณการใช้งาน

และการคาดการณ์จะเริ่มมั่วมากขึ้นหากโทรศัพท์มือถือของคุณเริ่มมีอายุการใช้งานที่มาก เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ จะเกิดผลึกคริสตัลในแบตเตอร์รี่ ทำให้ปริมาณของมันลดน้อยลงและทำให้การคาดการณ์ยากขึ้น

 

 

การที่จะรักษาโทรศัพท์มือถือของคุณไม่ให้มันกลายเป็นที่ทับกระดาษไร้ค่าก็คือการที่ไม่ปล่อยให้แบตเตอร์รี่ของคุณหมดจนเครื่องดับ การพกแบตเตอร์รี่สำรองเพื่อชาร์จเป็นประจำจะทำให้อายุการใช้งานนั้นยืนยาวมากขึ้น

นอกจากนั้นการเปิดโหมดพลังงานต่ำก็จะช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น และการใช้งานเฟซบุ๊กผ่านแอปพลิเคชันเว็บไซต์อย่าง Safari สามารถช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าการใช่งานผ่านแอปพลิเคชันของเฟซบุ๊กตรงๆ อีกด้วย และที่สำคัญคือการหลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือในอุณภูมิที่สูงหรือต่ำจนเกินไป

 

 

พอรู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมหมั่นตรวจเช็กโทรศัพท์ของตัวเองด้วยล่ะ

อย่าปล่อยให้แบตเตอร์รี่ต่ำจนเครื่องดับ ไม่งั้นอาจทำให้อายุการใช้งานลดลงได้

ที่มา Mentalfloss

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...